×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

5 ข้อควรรู้ กู้ผ่านชัวร์!

1,690

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ขอสินเชื่อจากธนาคารมาเติมเต็มความฝัน ซึ่งคงมีทั้งผิดหวังและสมหวัง เพราะธนาคารต้องพิจารณาข้อมูลของผู้ขอสินเชื่อแบบรอบด้าน

 

ไม่อยากผิดหวัง ต้องรู้ 5 หลักคิดที่ธนาคารใช้เพื่อพิจารณาปล่อยสินเชื่อ

 

คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ

ผู้ขอสินเชื่อต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หากต่ำกว่านี้ธนาคารอาจประเมินว่าไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ แต่ไม่ควรมีอายุเกิน 60 ปี เพราะธนาคารอาจเห็นว่าอยู่ในช่วงวัยเกษียณและเป็นผู้ไม่มีรายได้  

 

โดยหลักเกณฑ์สากลในการขอสินเชื่อ ต้องนำอายุของผู้ขอสินเชื่อบวกกับระยะเวลาที่ผ่อนชำระ  หากเกิน 60 ปีจะถือว่าผู้ขอกู้ไม่ผ่านเกณฑ์การอนุมัติ

 

ความสามารถในการชำระหนี้

ผู้ขอสินเชื่อต้องมีอาชีพเป็นหลักแหล่งและมีรายได้แน่นอน เพราะธนาคารจะพิจารณาความสามารถทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถชำระหนี้ได้สม่ำเสมอ ที่สำคัญธนาคารจะตรวจสอบประวัติเครดิตจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ว่า ผู้ขอกู้มีประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไร  หากเคยมีประวัติค้างชำระ หรือชำระล่าช้าถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเบี้ยวหนี้ ธนาคารก็จะไม่อนุมัติสินเชื่อให้เช่นกัน

 

เงินทุนหรือสินทรัพย์

ธนาคารจะพิจารณาเงินทุน สินทรัพย์ หรือเงินฝากในบัญชีของผู้ขอสินเชื่อว่ามีสภาพคล่องมากน้อยแค่ไหน เพราะถือเป็นหลักประกันอย่างหนึ่ง แม้ว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะไม่ได้มีไว้เพื่อการชำระหนี้ แต่ก็ถือเป็นแหล่งเงินสำรองที่สามารถนำมาชำระหนี้ได้

 

หากผู้ขอสินเชื่อมีเงินทุน สินทรัพย์ หรือเงินฝากในบัญชีในระดับที่น่าเชื่อถือ การอนุมัติสินเชื่อก็จะง่ายมากขึ้น เพราะหากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ธนาคารก็ยังวางใจว่ายังมีทรัพย์สินอื่นมาชำระหนี้แทนนั่นเอง

 

หลักประกัน

ในการขอสินเชื่อก้อนใหญ่ เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนั้น จะใช้อสังหาริมทรัพย์ที่กู้เงินไปซื้อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน  ซึ่งการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจะดูจากสภาพคล่องของตัวหลักประกันนี้ด้วย

 

หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ธนาคารก็จะนำหลักประกันขายทอดตลาด นอกจากนี้  หากขอกู้ในวงเงินที่เกินกว่าราคาตลาด ธนาคารจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้ เพราะหลักประกันจะต้องสามารถตีค่ากลับมาเป็นเงินทดแทนการชำระหนี้ได้มากกว่าจำนวนหนี้หรือเทียบเท่า

 

ปัจจัยภายนอก

ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ผู้ขอสินเชื่อไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ หรือปัญหาสงคราม ซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นคงของการงานและรายได้ของผู้ขอสินเชื่อทั้งสิ้น

 

หากเศษฐกิจในขณะนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจการของผู้ขอสินเชื่อก็ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย และธนาคารอาจตัดสินใจไม่ปล่อยสินเชื่อ

 

ทั้งหมดนี้คือ 5 หลักคิดที่ธนาคารส่วนใหญ่นำมาใช้ในการพิจารณาก่อนอนุมัติสินเชื่อ  เมื่อรู้แล้วก็จะได้นำไปใช้เตรียมตัวก่อนขอกู้ เพื่อให้ได้สินเชื่อตามที่ฝันไว้

 

#WealthMeUp

Related Stories