×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

อนาคต ‘ลงทุนประกันสังคม’ จะดีขึ้นได้อย่างไร?

44

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

 

บทสรุปจากงาน ‘มองอนาคต ลงทุนประกันสังคม’

 

ท่ามกลางหลายประเด็นร้อนที่ถาโถมเข้าสู่กองทุนประกันสังคม หนึ่งในคำถามสำคัญ คือ ‘อนาคตการลงทุน’ ของกองทุนประกันสังคมจะเดินต่อไปทางไหน? 

 

เพราะนี่คือกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มูลค่ากว่า 2.8 ล้านล้านบาท ดูแลเงินของผู้ประกันตนราว 25 ล้านคน เงินจำนวนนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือหลักประกันสวัสดิการและความมั่นคงหลังเกษียณของแรงงานไทยเกือบทั้งประเทศ

 

แล้ววันนี้กองทุนถูกบริหารอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนได้เพียงพอแล้วหรือยัง  หรือจริงๆ ยังมีพื้นที่ให้ ‘ทำได้ดีกว่านี้’ การลงทุนของกองทุนประกันสังคม ‘ที่ดี’ ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร…เพราะหากไม่ปรับตัว ความท้าทายในอนาคตอาจทำให้ เสี่ยง ‘ล้มละลายภายใน 25 ปี’

คุณภัณฑิรา เวอร์การา อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด กองทุนประกันสังคม และอดีตกรรมการบริหารการลงทุน กลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูง Goldman Sachs ได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอไว้อย่างน่าสนใจ  

 

ปัญหาหลักของ ‘การลงทุน’ ประกันสังคม

 

1. ธรรมาภิบาลด้านการลงทุนยังเป็นโจทย์ใหญ่

 

กระบวนการลงทุนขาดความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูลจำกัด ตรวจสอบยาก โครงสร้างบอร์ดซับซ้อน จนเกิดคำถามเรื่องประสิทธิภาพและความรับผิดชอบในการบริหารเงินกองทุนของผู้ประกันตน

 

2. พอร์ตลงทุนกระจุกตัวในประเทศสูงเกินไป

 

การพึ่งพาการลงทุนในไทยเป็นหลัก ทำให้กองทุนเปราะบางต่อความผันผวนและวิกฤตเศรษฐกิจ

 

3. การลงทุนรับความเสี่ยงต่ำเกินไป

 

แผนการลงทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้มากถึง ประมาณ 70% ขณะที่กองทุนประกันสังคมในหลายประเทศถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเฉลี่ยเพียง 33% ทำให้โอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวถูกจำกัด

 

4. ผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ในระดับต่ำ 

 

จากข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนประกันสังคม พบว่าผลตอบแทนอยู่ในระดับ อาจไม่เพียงพอต่อภาระระยะยาวในอนาคต

  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 33 ปี เพียง 1–2% ต่อปี
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ประมาณ 2.7% ต่อปี

 

การลงทุนของกองทุนประกันสังคม ‘ที่ดี’ ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

 

1. โปร่งใส ตรวจสอบได้ เข้าถึงข้อมูลง่าย

 

  • ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กองทุนบำเหน็จบำนาญรัฐบาลนอร์เวย์ (GPFG) กองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากเฉลี่ยต่อหัวประชากรนอร์เวย์ เท่ากับหนึ่งคนเกิดมาพร้อมเงินกองทุนราว 10 ล้านบาท ซึ่งประชากรของนอร์เวย์น้อยกว่าไทย 16 เท่า แต่มีเงินกองทุนมากกว่าไทยถึง 25 เท่า

 

  • จุดเด่นที่สำคัญของ GPFG คือการเปิดเผยข้อมูลแบบ Real-time ซึ่งรายงานดังกล่าวแสดงผลตอบแทนทั้งปัจจุบันและย้อนหลังตั้งแต่กองทุนจัดตั้ง โดยใช้หลัก Mark-to-market Reporting พร้อมเปิดเผยข้อมูลการลงทุนแยกรายสินทรัพย์ มูลค่าที่แท้จริงของแต่ละตำแหน่งลงทุน (Position) และภาพรวมของกองทุนทั้งหมด ตรวจสอบได้ทุกมิติ แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่ใช่อุปสรรคของความโปร่งใสอีกต่อไป

 

2. กองทุนบริหารจัดการโดยมืออาชีพ 

 

  • กองทุนนอร์เวย์ถูกบริหารโดยหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลกอย่าง Norges Bank Investment Management (NBIM) ในนามของกระทรวงการคลังนอร์เวย์ โดยแยกการบริหารออกจากนักการเมืองหรือข้าราชการที่เปลี่ยนตามวาระ 

 

  • ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ ในช่วง 28 ปีที่ผ่านมา กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ถึง 6.6% ต่อปี สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริหารแบบมืออาชีพ มีความต่อเนื่อง และยึดเป้าหมายระยะยาวเป็นหลัก

 

3. กล้าปฏิรูป และให้ประชาชนมีส่วนร่วม

 

  • เกาหลีใต้เป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะในอดีตกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติของเกาหลีใต้ (NPS) ก็เคยเผชิญทั้งปัญหาทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน การขาดความเป็นอิสระ แต่หลังจากเดินหน้าปฏิรูปอย่างจริงจัง เพิ่มการเปิดเผยข้อมูล เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและกำหนดทิศทางการบริหารกองทุน 

 

  • ทำให้ปัจจุบัน กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติเกาหลีใต้ กลายเป็นกองทุนที่มีมูลค่าสินทรัพย์ใหญ่เป็น อันดับ 4 ของโลก มูลค่าราว 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

อนาคตการลงทุน ของกองทุนประกันสังคม?

 

  • ปรับกรอบการลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทน  


โดยกำลังจะเดินหน้าจากแผน SAA 5-1 ที่เน้นความมั่นคงเป็นหลักแต่จำกัดโอกาสการเติบโตในระยะยาว ไปสู่แผน SAA 5-2 กระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ระดับโลกมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มใช้ในกลางปี 2570 โดย ‘ลด’ สัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ไทย และ ‘เพิ่ม’ การลงทุนในสินทรัพย์เติบโตทั่วโลก (Global Equities) โดยปรับสัดส่วนเป็น สินทรัพย์มั่นคง 50% : สินทรัพย์เสี่ยง 50% เพื่อยกระดับผลตอบแทนระยะยาว

 

  • ปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง


หัวใจคือการผลักดันให้กองทุนประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ คล้ายกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการเพิ่มความเป็นมืออาชีพในการบริหารกองทุน ความคล่องตัวในการตัดสินใจลงทุนให้ทันต่อสถานการณ์โลก และการยกระดับความโปร่งใสในการกำกับดูแล

 

แม้ปัญหาจะดูเยอะและซับซ้อน แต่ถ้ามองในด้านดี คือดีที่เรารู้ตั้งแต่วันนี้ แต่การแก้ไขไม่ใช่หน้าที่ของคนคนเดียว กลุ่มใดเพียงกลุ่มหนึ่ง ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ดังนั้นเราจะทำอย่างไร ให้กองทุนประกันสังคมของไทยก้าวขึ้นสู่กองทุนระดับแถวหน้า และสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นได้เร็วที่สุด เพราะสิ่งที่สูญเสียไปไม่ใช่แค่เวลา แต่คือค่าเสียโอกาสหากประเมินเป็นตัวเลข ค่าเสียโอกาสอาจสูงถึง 300 ล้านบาทต่อวัน และตลอด 20 เดือน ที่ตัวเองเข้ามาทำหน้าที่นี้และยังไม่สามารถกำหนดกรอบธรรมาภิบาลที่ดีที่สุดได้ เราสูญเสียไปแล้วกว่า 180,000 ล้านบาท ซึ่งแพงกว่าทั้งตึก SKYY9 ปฏิทิน หรือตั๋วเฟิร์สคลาส และนี่ยังไม่รวมค่าเสียโอกาสตลอด 33 ปีที่ผ่านมา

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats