ข้อคิดเรื่องเงิน จากสายตาสุนัขที่ชื่อ “โกฮัง”
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
ดู “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” จบแล้ว ไม่ได้แค่ซึ้ง แต่เหมือนโดนสะกิดให้หันกลับมาถามตัวเองว่า เรามีแผนการเงินรองรับชีวิตแค่ไหนกันแน่ ทั้งเงินสำรอง เป้าหมายเกษียณ รายได้ และการรับมือเหตุไม่คาดฝัน
“โกฮัง..หัวใจโกโฮม” เรื่องราวของสุนัขสีขาว ใน 3 ช่วงวัย ด.ช.-นาย-ลุง โกฮัง ที่ดูแล้ว ไม่ได้เห็นแค่ความบันเทิงหรือซึ้งจนน้ำตาไหล แต่ยังรู้สึกถึงข้อคิดการเงินเช่นกัน
สำหรับใครที่ยังไม่ดู หลังอ่านบทความนี้แล้ว อย่าลืมไปดูหนังเรื่องนี้ เพื่อในระหว่างที่ดู จะได้คิดตามและเข้าใจข้อคิดการเงินเหล่านี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
คำเตือน สำหรับคนที่ยังไม่ดู บทความนี้ไม่ได้มีเจตนา สปอยแต่อย่างใด!!! แต่แนะนำให้ไปดูกัน

ทุกคนต้องเกษียณ แม้มีค่ากับองค์กร
ลุงฮิโระ หัวหน้าวิศวกร ที่มีผลงานโดดเด่น ทำประโยชน์ให้บริษัทตลอดชีวิตการทำงาน พิสูจน์ได้จากรางวัลมากมาย และมีความรักในองค์กรอย่างที่สุด แต่ “พนักงาน” ไม่ใช่ “เจ้าของ” ที่แม้มีคุณค่าจนบริษัทต่อสัญญาจ้างหลังเกษียณหลายครั้ง แต่เมื่อถึงวันหนึ่งพนักงานดีเด่น ก็ต้องเป็น “บุคคลภายนอก” ที่ไม่มีสิทธิเดินเข้าบริษัทที่ตนเองเคยทำงานมาทั้งชีวิต
ข้อคิด: ทุกคนต้องวางแผนเกษียณ เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณที่ต้องมาถึง มีอิสระในการใช้ชีวิต กับคนหรือสิ่งที่รัก อย่างลุงฮิโระในบั้นปลายชีวิต

“ช่างแม่ง” จำเป็นเมื่อถึงวันปล่อยวาง
ลุงฮิโระ คือ หนึ่งในตัวอย่างของคนที่ยึดติดหัวโขน และเชื่อว่า “งาน” คือสิ่งที่ทำให้ตนเองมีคุณค่า ทำให้แสดงจุดยืนของตนทุกครั้งที่บริษัทจะไม่ต่อสัญญาหรือหาพนักงานอื่นมาทำงานแทน จนถึงขั้นที่หัวหน้างานต้องยึดบัตรพนักงานและเชิญออกจากบริษัทในที่สุด
ข้อคิด: “ช่างแม่ง” ที่มักเป็นคำพูดที่แสดงความไม่รับผิดชอบ แต่ในสถานการณ์ของลุงฮิโระแล้ว คือ จุดเปลี่ยนชีวิต จากการยึดติดเป็นปล่อยวาง และหันมาให้ความสำคัญกับครอบครัวและคนใกล้ตัว ซึ่งในชีวิตจริงอาจรวมถึงการหยุดใช้ชีวิตหรูหราหรือก่อหนี้โดยไม่จำเป็น หันไปใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและเหมาะสมกับฐานะของตน

ต้องจัดการทรัพย์สิน ก่อนสายเกินไป
จุดเปลี่ยนชีวิตของ โกฮัง จากสุนัขที่มีบ้านมีเจ้าของ ไปเป็นสุนัขจรจัด คือ การจากไปของลุงฮิโระในวัยราว 70 ปี ที่หากก่อนหน้านั้นลุงฮิโระ ได้สั่งเสียหรือมอบหมาย ให้คนรู้จักมารับเลี้ยงโกฮังเมื่อตนเองจากไป โกฮังคงไม่ต้องเจอกับประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้ายในช่วงกลางของชีวิต
ข้อคิด: หากไม่อยากให้ลูกหลานหรือคนในอุปการะ ไม่มีทรัพย์สินได้ใช้สอยในวันที่เราจากไป การเขียนพินัยกรรมหรือทำประกันชีวิตสักเล่ม จะช่วยให้มั่นใจว่าลูกหลานจะไม่เดือดร้อนหรือกลายเป็นคนไร้บ้าน ในวันที่เราจากไป

เงินเก็บที่เพียงพอ ช่วยให้ชีวิตตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
น้ำชา คนงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย ในวันที่น้ำชาสะสมเงินจนมีมากตามเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งในเรื่องคือค่าใช้จ่ายการออก “ใบชมพู” วันนั้นน้ำชาได้ตัดสินใจแตกหักกับนายจ้าง และช่วยเหลือโกฮังให้เป็นอิสระ เพราะมั่นใจว่า หลังจากนี้ตนเองจะมีใบชมพู ที่พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไม่ต้องพึ่งนายจ้างคนนี้ได้
ข้อคิด: หากเรามีเงินเก็บที่มากพอ หรือมีเงินก้อนตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เช่น เป้าหมายเกษียณอายุ เป้าหมายมี Passive Income ฯลฯ การตัดสินบางอย่าง อาจทำได้ง่ายกว่าตอนที่เงินเก็บในบัญชียังไม่พร้อม

รายได้ สร้างได้ทุกเมื่อ
วันที่ “ใจดี” ตัดสินใจทำสื่อ Artwork รับงานสอนศิลปะเด็กให้กับ “เปเล่” ที่ยังไม่จบการศึกษา เพื่อให้เป็นแหล่งรายได้ นอกเหนือจากขอเงินทางบ้าน เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนของเปเล่ จากคนที่ดูเหมือนพึ่งพาไม่ได้ ไปเป็นที่พึ่งให้กับโกฮัง และเริ่มได้รับการยอมรับจากใจดี สาวในดวงใจ
ข้อคิด: รายได้สร้างได้เสมอไม่ว่าจะเป็น “ใช้แรงทำเงิน” ที่เริ่มจากความชอบหรือทักษะเล็กๆ ที่ตนมี ต่อยอดเป็นรายได้ หรือ “ให้เงินทำงาน” ผ่านทางเลือกง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น เงินฝาก e-Savings เงินฝากประจำ ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์ หรือการลงทุนผ่าน พันธบัตร/หุ้นกู้ หุ้น กองทุน และสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ ที่แม้มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่หากค่อยๆ ทยอยลงทุน ก็เป็นการเรียนรู้พร้อมกับการทำเงินให้งอกเงยได้

เหตุไม่คาดฝัน เกิดขึ้นได้เสมอ
ในช่วงบั้นปลายชีวิตของโกฮัง ได้ตรวจพบว่าไตมีปัญหาต้องฉีดยาให้น้ำเกลือทุกวัน ไม่ต่างไปจากคนป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ไตวาย ที่มีค่าใช้จ่ายต้องล้างไตแทบวันเว้นวัน ไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต ฯลฯ รวมไปถึงอุบัติเหตุที่เปเล่ถูกสุนัขกัด ที่หากเป็นชีวิตจริง เปเล่คนว่างงาน อาจต้องเผชิญกับปัญหาการหาเงินมาจ่ายค่ารักษาอย่างแน่นอน
ข้อคิด: การมีเงินเก็บสำรองเผื่อฉุกเฉิน รวมถึงประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ/โรคร้ายแรง ในวงเงินที่เหมาะสม ก็ช่วยให้การใช้ชีวิตเป็นไปด้วยความมั่นคงยิ่งขึ้นได้
“ไม่สำคัญว่ามันเคยชื่ออะไร แค่ช่วยตั้งชื่อสุดท้ายให้ชีวิตมันก็พอ” ประโยคที่น้ำชา ฝากถึงคนที่จะมาดูแลโกฮังต่อ หากตีความเป็นเรื่องการเงินอาจหมายความได้ว่า “ไม่สำคัญว่าคุณเคยมีต้นทุนชีวิตอย่างไร มีรายได้มากน้อยแค่ไหน ขอแค่วันนี้คุณเริ่มต้นทำในสิ่งดีๆ ที่มีผลต่อความมั่นคงในอนาคตทางการเงินของคุณก็พอ”
ขอบคุณภาพ: GDH
















