4 กลยุทธ์ สร้างรายได้หลังเกษียณ
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
เกษียณแล้ว…ไม่ได้แปลว่ารายได้ต้องหยุด
ชวนรู้จัก 4 กลยุทธ์ สร้างรายได้หลังเกษียณ…เพื่อให้มีเงินใช้ได้ต่อเนื่องแบบอุ่นใจ
กลยุทธ์ที่ 1: สวัสดิการภาครัฐ
สวัสดิการภาครัฐสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ โดยในประเทศไทยมีสวัสดิการภาครัฐที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เกษียณ
- เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นบำนาญ เบี้ยหวัด อื่นๆ จะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นรายเดือน เมื่อมีอายุครบ 60 ปี โดยต้องไปลงทะเบียนกับสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยจะได้รับเงิน เริ่มต้นที่ 600 บาทต่อเดือน จะเพิ่มเป็น 700 บาท เมื่ออายุ 70 – 79 ปี เพิ่มเป็น 800 บาท เมื่ออายุ 80 – 89 ปี และจะได้รับ 1,000 บาท เมื่อมีอายุ 90 ปีขึ้นไป
- บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
สำหรับผู้มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท มีทรัพย์สินทางการเงินไม่เกิน 100,000 บาท และมีคุณสมบัติอื่นตามที่โครงการกำหนด สามารถเลือกลงทะเบียนเข้าโครงการ เพื่อมีรายได้อุปโภคบริโภคที่จำเป็น ซึ่งเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพจากทางภาครัฐ
กลยุทธ์ที่ 2: บำนาญ + ประกันบำนาญ
- บำนาญข้าราชการ
สำหรับข้าราชการที่มีอายุราชการ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป แล้วออกจากราชการด้วยเหตุ เกษียณ สูงอายุ ทุพพลภาพ หรือทดแทน จะทำให้มีสิทธิในการเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ หากเลือกรับบำนาญจะได้รับกระแสเงินสดไปตลอดชีพ ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงที่จะมีเงินไม่เพียงพอหากมีอายุยืนยาว
- บำนาญจากประกันสังคม
สำหรับผู้ที่ระหว่างทำงานได้มีการจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคม เมื่อผู้ประกันตน มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป และนำส่งเงินเข้ากองทุนมากกว่า 180 เดือน (15 ปี) จะมีสิทธิรับเงินชราภาพ ซึ่งจะเป็นแบบบำเหน็จเงินก้อนหรือบำนาญรายเดือน โดยจำนวนเงินที่จะได้รับมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนหรือระยะเวลาที่นำส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคม
- บำนาญจากประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity)
เป็นประกันชีวิตที่มีลักษณะคล้ายกับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ โดยจะต้องชำระค่าเบี้ยประกันในช่วงต้นตามระยะเวลาของเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนด หลังจากนั้นเมื่อครบกำหนด จะได้รับเงินคืนในรูปแบบเงินก้อนหรือเงินรายงวด ซึ่งเปรียบเหมือนการสร้างบำนาญภาคสมัครใจให้กับตนเองในช่วงเกษียณ ซึ่งอาจได้รับเงิน ณ ช่วงอายุต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบของประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่ผู้ทำประกันสามารถเลือกช่วงเวลาให้สอดคล้องกับแผนการเกษียณของตนเอง
กลยุทธ์ที่ 3: สร้างรายได้เสริม
การเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณด้วยการมีกิจกรรมหรือการทำงาน นอกจากจะเป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง เพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ยังสามารถสร้างรายได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดในช่วงวัยเกษียณได้ อีกทั้งเป็นการลดการพึ่งพาการถอนเงินจากพอร์ตลงทุนมาใช้
- การสร้างรายได้จากการทำงาน
เช่น การรับเป็นที่ปรึกษาในสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์ การรับสอนหนังสือ เขียนบทความ งานอิสระทางช่องทางออนไลน์ การประกอบกิจการส่วนตัวตามความถนัด เป็นต้น
- การสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่มี
เช่น การปล่อยบ้านให้เช่า การใช้ที่ดินทำการเกษตร ปลูกผัก เลี้ยงปลา รวมถึงการแปลงบ้านให้กลายเป็นโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยว หรือกรณีที่มีความสนใจด้านการบริหารพอร์ตลงทุน อาจพิจารณาผันตัวไปเป็นนักลงทุนเต็มเวลา เลือกลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ในกองทุนรวม
กลยุทธ์ที่ 4: สินเชื่อที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ
Reverse Mortgage มีลักษณะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณ โดยการนำบ้านไปจดจำนองกับธนาคาร โดยธนาคารจะพิจารณาวงเงินให้ไม่เกิน 70% ของราคาประเมิน โดยจะทยอยจ่ายเงินให้เป็นรายงวด ต่อเนื่องไปจนสิ้นสุดสัญญาเมื่อผู้กู้อายุ 85 ปี
หากผู้กู้เสียชีวิตก่อนสิ้นสุดสัญญา ธนาคารจะนำบ้านขายทอดตลาด แล้วนำเงินค่าบ้านที่ขายได้ไปหักกลบยอดหนี้คงค้าง สำหรับมูลค่าส่วนเกิน จะส่งมอบให้กับทายาท แต่หากสิ้นสุดสัญญาแล้ว ผู้กู้ยังมีชีวิตอยู่ บ้านจะเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร ธนาคารมีสิทธิให้ออกจากบ้านหลังนั้น และขายบ้านทอดตลาด ทั้งนี้ธนาคารอาจเปิดโอกาสให้ผู้กู้อยู่บ้านต่อไปได้ โดยอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจในเงื่อนไขโดยละเอียดก่อนทำสัญญา
การสร้างรายได้หลังเกษียณเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบกลยุทธ์ในการสร้างรายได้หลังเกษียณเหล่านี้เป็นส่วนเสริมที่เป็นแหล่งรายได้เพิ่มเติมที่จะช่วยให้ผู้เกษียณมีรายได้สร้างความมั่นคงทางการเงินในช่วงวัยหลังเกษียณสามารถมีคุณภาพชีวิตได้ตามที่ต้องการมีอิสระในการเดินทางท่องเที่ยวได้ใช้เวลากับครอบครัวสามารถส่งเสริมให้ทุนการศึกษากับบุตรหลานรวมถึงการส่งมอบทรัพย์สินที่เป็นมรดกให้กับทายาทได้ตามที่ต้องการ

















