×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

ต้องรู้! ธปท. ลดค่าธรรมเนียมแบงก์ 4 ประเภท 19 รายการ เริ่มใช้ ก.ค. นี้

64

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

 

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำหนดมาตรฐานการเรียกเก็บค่าบริการทางการเงิน 4 ประเภท 19 รายการ ประกอบด้วย บัญชีเงินฝาก, บัตรอิเล็กทรอนิกส์, ธุรกรรมการชำระเงิน และ สินเชื่อ SMEs

 

โดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่า โดยหลักการคือ พยายามสร้างมาตรฐานค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน ทั้งเทียบกับต้นทุนและเทียบกับอุตสาหกรรม เพื่อต่อไปนี้จะได้เป็นธรรม สำหรับรายย่อยและเอสเอ็มอีที่ใช้บริการ

 

สำหรับมาตรฐานค่าบริการทางการเงินใหม่มีทั้งหมด 4 ประเภท 19 รายการ ดังนี้

 

1. บัญชีเงินฝาก 3 รายการ

  • ค่าขอ Statement ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน กำหนดที่ไม่เกิน 100 บาทต่อบัญชีต่อครั้ง จากเดิมที่มีบางแบงก์คิดถึง 1,000 บาท
  • ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน ไม่เกิน 100 บาทต่อชุดต่อครั้ง ที่บางแบงก์คิดถึง 1,000 บาท
  • ค่ารักษาบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหว ไม่เกิน 20 บาทต่อเดือน ซึ่งต้องเป็นกรณีบัญชีมียอดคงเหลือไม่เกิน 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวมากกว่า 12 เดือน ลดจากเดิมที่มีคิด 50 บาทบ้าง 100 บาทบ้าง และ บางแบงก์ดูจากยอดคงเหลือ 5,000 บาท

 

2. บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 3 รายการ

  • ค่าแรกเข้าและรายปี บัตร ATM พื้นฐาน ให้คิดไม่เกิน 150 บาทต่อปี จากเดิมที่มีถึง 300 บาท หรือ 400 บาท
  • ค่าแรกเข้าและรายปี บัตรเดบิตพื้นฐาน เหลือไม่เกิน 200 บาทต่อปี จากเดิมที่มีการคิด 300 บาท หรือ  400 บาท
  • ค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต ให้คิดได้ไม่เกิน 2.5% จากเดิมคิด 3%

 

3. ธุรกรรมการชำระเงิน ค่าข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมชำระเงิน มี 8 รายการ

  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอน/โอนที่ ATM, CDM, CRM จากเดิมอาจจะมีคิด 15-20 บาท
  • การฝาก/ถอน/โอนที่สาขา ยกเว้นค่าโอน ส่วนฝากถอนให้คิดไม่เกิน 0.05% จากเดิมที่มีคิด 0.1% บวก 20 บาท
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต จากเดิมที่มีคิด 0.1% ไม่เกิน 250 บาท
  • ยกเว้นค่าฝากเช็ค จากเดิมคิด 0.1-0.25%
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมการรับชำระค่าสินค้าและบริการ จากเดิมคิด 20-40 บาท
  • ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment ภายในวัน เหลือไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ จากเดิมที่มีถึง 200 บาท
  • ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต เหลือไม่เกิน 100 บาท/รายการ (ผ่านอิเล็กทรอนิกส์) จากเดิมคิด 200-250 บาท
  • ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน Commission In Use of Exchange ลดค่าบริการเหลือไม่เกิน 0.125% ของจำนวนเงิน จากเดิมคิด 0.125-0.25% และ กำหนดขั้นต่ำไม่เกิน 300 บาท และสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

 

4. สินเชื่อ SMEs [เฉพาะลูกค้า SMEs] 5 รายการ

  • ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (Front-end fee) ไม่เกิน 2.5% (กรณีวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท ห้ามเรียกเกิน 250,000 บาท) จากเดิมมีคิด 3-5% ของวงเงิน
  • ยกเว้นค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (Term loan) จากเดิมมีคิด 2-5% ของวงเงิน
  • ยกเว้นค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน (revolving loan) จากเดิมที่มีคิด 2-5% ของวงเงิน
  • ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด กรณี Term loan (Prepayment fee) คิดไม่เกิน 3% เฉพาะกรณีชำระเงินต้นมากกว่า 50% ของยอดที่เบิกใช้จริง หรือ/และ ชำระหนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 50% ของระยะเวลาการชำระหนี้ จากเดิมที่มีคิด 3-5% ของยอดเงินต้นคงค้าง
  • ยกเว้นค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (Cancellation fee) เฉพาะกรณีเรียกเก็บค่าบริการเพื่อชดเชยต้นทุนการสำรองวงเงิน/ค่าบริการผูกพันวงเงินสินเชื่อ (Commitment fee) ไปแล้ว หรือลูกหนี้ได้เบิกใช้วงเงินแล้วไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งจำนวน จากเดิมคิด 3% ของวงเงิน

 

นายวิทัย กล่าวว่า การปรับบางรายการอาจเริ่มได้ตั้งแต่เดือน ก.. และ บางรายการจะไปเริ่มเดือน ก.. หรือ ต.. 2569 นี้ เพื่อให้ผู้ให้บริการมีระยะเวลาในการปรับระบบงาน ซึ่งการจัดทำมาตรฐานค่าธรรมเนียมใน 4 ประเภทดังกล่าว คาดว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรของธนาคารพาณิชย์ไม่เกิน 1.5-2% จากปัจจุบันที่ภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ มีกำไรเฉลี่ยต่อปีประมาณ 2.8 แสนล้านบาท

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats