รับมือวิกฤตเด็กเกิดน้อย เคาะเบี้ยเด็กแรกเกิด O-6 ปี 6OO บาท/เดือน เริ่มปี 257O
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (14 ก.ค. 69) มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบนโยบายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนไทยในหลายมิติ หลังประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพ กลายเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ
เบี้ยอุดหนุนเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาทต่อเดือน
จัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดช่วงอายุ 0-6 ปีแบบถ้วนหน้า ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการรอคอยของประชาชน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียนและช่วยให้เด็กได้รับสิทธิรวดเร็วยิ่งขึ้น
ชู “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” เป็นวาระแห่งชาติ
อีกหนึ่งมติ คือการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” โดยที่ประชุมเห็นชอบให้การพัฒนาเด็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตประชากรและยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ
พร้อมกันนี้ จะเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการดูแลเด็กระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบาย
เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์เยาวชน 10 ปี
ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแนวทางขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2568-2574) ซึ่งกำหนดเป้าหมายการพัฒนาเยาวชนใน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
2. การส่งเสริมสุขภาวะทางกายและสุขภาพจิต
3. การขยายโอกาสด้านการจ้างงานและอาชีพ
4. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในกระบวนการกำหนดนโยบาย
5. การเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
6. การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาและการพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
















