โลกไม่สงบ…แต่เงินเก็บเรายังต้อง “ปลอดภัย” สงครามไม่ได้กระทบแค่ข่าวหน้าหนึ่ง แต่อาจดัน “เงินเฟ้อ” ให้กัดกินมูลค่าเงินออมแบบเงียบๆ มาดูเหตุผลว่าทำไมเงินเฟ้อพุ่ง และวิธีป้องกันพอร์ตด้วยการกระจายลงทุน และมีสภาพคล่องให้พอดี
นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อปี
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่าการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค. 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่ 24.4% ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 29.4% ส่งผลให้ในเดือน ม.ค. นี้ ไทยยังขาดดุลการค้า 3,303.4 ล้านดอลลาร์
จากบทความเรื่อง ‘เงินเฟ้อทางการแพทย์ ความเสี่ยงของระบบสุขภาพไทย’ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. พบว่า “เงินเฟ้อทางการแพทย์” หรือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่คำนวณจากการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของระบบประกันสุขภาพเอกชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2569 ทั่วโลกจะมีอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ อยู่ที่ 10.3% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก ปี 2567-2568 (2026 Global Medical Trends, 2025) ขณะที่ประเทศไทย มีอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ อยู่ที่ 10.8% ในปี 2568 สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ที่ 0.7% ในปี 2568 กว่า 15 เท่า (WTW, 2025)
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 ว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ขยายตัวที่ 2.5% สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้แค่ 1% โดยเฉพาะจากการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ทั้งปี 2568 GDP ขยายตัวได้ 2.4%
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน” (FETCO Investor Confidence Index) ในเดือนมกราคม 2569 (ระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2569) พบว่า ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.37