×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

อีสท์สปริง ขึ้นแท่นบลจ.อันดับ 4 ของไทย ครองส่วนแบ่งการตลาด 12%

564

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

 

อีสท์สปริง ควบรวมบลจ.ธนชาต

 

อีสท์สปริง อินเวสท์เมนทส์ (Eastspring) บริษัทจัดการลงทุนในภูมิภาคเอเชียของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential) จัดงานฉลองความสำเร็จ หลังเข้าซื้อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด (บลจ.ธนชาต) จำนวน 50.1% จากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (ธนาคารธนชาต) และธนาคารออมสิน (GSB) พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “Thanachart Fund Eastspring”

 

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้อีสท์สปริงก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทยผ่านการถือหุ้นใน Thanachart Fund Eastspring และ TMBAM Eastspring โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด 12% และมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการสุทธิ 668,000 ล้านบาท (ประมาณ 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

 

ต่อยอดความสำเร็จจาก TMBAM Eastspring

 

นายนิค นิแคนดรู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย พูดถึงการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ว่าเป็นการต่อยอดความสำเร็จของอีสท์สปริงจากการเข้าถือหุ้น 65% ในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (ปัจจุบัน คือ TMBAM Eastspring) เมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพสูงในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยและเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับธนาคารทีเอ็มบีและธนาคารธนชาตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย

 

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นทำงานกับอีสท์สปริงเมื่อปี 2561 ทำให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ของ TMBAM Eastspring เติบโตมากกว่า 20% และมีฐานลูกค้าที่เติบโตขึ้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการเสนอขายกองทุนใหม่ (IPO) ที่มีขนาดกองทุนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของบริษัทถึง 2 กองทุน ได้แก่กองทุน TMB Eastspring Global Smart Bond Fund และกองทุน Thanachart Eastspring Global Technology Fund

 

รวมจุดแข็ง “เชิงรุก” ผสม “เชิงรับ”

 

ทั้งนี้ภายใน 5 ปี ธนาคารธนชาต และธนาคารทหารไทย จะขายหุ้นในส่วนของบริษัทจัดการลงทุนทั้งหมดให้กับอีสท์สปริง เพื่อลดผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างความโปร่งใสให้พาร์ทเนอร์ บลจ. อื่น ๆ ที่เข้ามาเสนอขายกองทุนผ่านธนาคาร ซึ่งอีสท์สปริงจะดึงจุดเด่นของทั้ง 2 บลจ.มาผลักดันการดำเนินงาน โดยบลจ.ธนชาต มีจุดแข็งในด้านการลงทุนเชิงรุกในหุ้น สินทรัพย์ผสม ตลาดเงิน และตราสารหนี้ ในขณะที่ TMBAM Eastspring มีความสามารถด้านการลงทุนเชิงรับในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ และกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ

 

ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน จากการเติบโตของชนชั้นกลาง ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น วัฒนธรรมการออมที่เข้มแข็ง และอัตราการเข้าถึงกองทุนรวมที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

 

#WealthMeUp

Related Stories