×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

Trigger Fund กำลังมา คว้าดีไหม

3,053

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ปัญหาที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนก็คือ เราไม่รู้ว่าควรซื้อหรือควรขายเมื่อไหร่

 

ทุกครั้งที่เห็นตลาดหุ้นตก คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มทยอยซื้อกันแต่เนิ่นๆ เพราะมักจะใช้ราคาที่เกิดหลังสุดเป็นจุดเปรียบเทียบว่า ราคาหุ้นถูกหรือแพง

 

เช่น หากหุ้น A ขึ้นจาก 100 บาท เป็น 110 บาท เราอาจจะไม่ซื้อ เพราะเทียบกับวันก่อนที่ 100 บาท รู้สึกแพง แต่ถ้าหุ้นขึ้นไปเรื่อยๆ เราก็อาจเริ่มเข้าซื้อกลัวตกรถไฟ อาจไปซื้อแถวๆ 150 บาท และหากหุ้น A เกิดตกมาเหลือ 140 บาท เราก็รีบซื้อ (เหมือนเราชอบซื้อ LTF วันหุ้นตกแรงๆ เพราะเชื่อว่าได้ของถูก) แต่จริงๆเมื่อเทียบกับตอนที่หุ้นราคา 110 บาท และเราไม่ซื้อ ตอนนั้นราคาถูกกว่ามาก และเมื่อหุ้นหล่นลงเรื่อยๆ จนเหลือ 90 บาท ถูกสุดๆ เรากลับไม่เหลือตังค์ซื้อ (เหมือนตอนนี้เลย)

 

ทำยังไงถึงปัญหานี้ได้?

Trigger Fund เป็นกองทุนที่ออกมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ เป็นกองทุนที่มีการตั้งเป้าหมายผลกำไรชัดเจนตั้งแต่เริ่มตั้งกองทุนว่าถ้าทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในระยะเวลาที่กำหนด ก็จะทำการปิดกองทุนทันที

 

แต่ถ้าครบกำหนดแล้ว กองทุนยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็จะตั้ง Option ให้นักลงทุนเลือกว่า จะถือกองทุนนั้นต่อไปโดยเปลี่ยนเป็นกองทุนเปิด ผู้ถือหน่วยจะซื้อเพิ่มหรือขายคืนเมื่อไหร่ก็ได้ตาม NAV (มูลค่าหน่วยลงทุน) ในวันนั้นๆ หรือ จะขายเอาเงินออกมาก่อนก็ได้

 

ดูๆ แล้ว  Trigger Fund ก็น่าจะเป็นกองทุนที่ดีกองทุนหนึ่ง แต่หากเรามามองพื้นฐานของการลงทุนที่ดี คือ กำไรต้องไม่จำกัด ส่วนขาดทุนต้องจำกัด คือ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้มาก ขณะที่มีโอกาสขาดทุนน้อย ยิ่งไม่ขาดทุนได้ยิ่งดี แต่โดยทั่วไปแล้ว โอกาสกำไรสูงมักจะมาพร้อมความเสี่ยงสูง (High Risk High Return) ดังนั้นการลงทุนที่จำกัดโอกาสขาดทุนมักจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำ อย่างเช่น เงินฝาก หรือ พันธบัตรรัฐบาล ฯลฯ

 

แล้ว Trigger Fund เป็นแบบไหน?

  1. กำไรไม่จำกัด ขาดทุนจำกัด
  2. กำไรไม่จำกัด ขาดทุนไม่จำกัด
  3. กำไรจำกัด ขาดทุนจำกัด
  4. กำไรจำกัด ขาดทุนไม่จำกัด

 

คำตอบ คือ Trigger Fund เป็นการลงทุนแบบกำไรจำกัด ขาดทุนไม่จำกัดพอสมควร เพราะถ้าตลาดหุ้นขึ้นเรื่อยๆ  กำไรของเราก็จะถูกจำกัดไว้เท่ากับเป้าที่กองทุนตั้งไว้ตอนแรก แต่ถ้าหุ้นตก เราจะได้คืนตาม NAV ไม่ว่าจะเลือกขายตอนครบกำหนด หรือขายหลังจากเปลี่ยนเป็นกองทุนเปิด

 

 

ที่แย่กว่านั้นก็คือ Trigger Fund ยังไม่ยอมให้เราขายคืนในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ด้วย จึงเป็นความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะแวดล้อม อย่างเช่น หุ้นที่จะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่เกิดขึ้นมากมาย

 

แล้วอย่างนี้ หากอยากจะลงทุนใน Trigger Fund จริงๆ เพราะซื้อขายไม่เป็น ก็ขอแนะนำให้ซื้อในภาวะที่ตลาดหุ้นแย่ๆ เหมือนอย่างที่ Warren Buffett กล่าวไว้ว่า “จงกล้าตอนที่คนอื่นกลัว จงกลัวตอนที่คนอื่นกล้า”  เพราะการลงทุนในจังหวะนั้น เป็นจังหวะที่โอกาสกำไรมีมาก โอกาสขาดทุนมีน้อย

 

#WealthMeUp

Related Stories