×

Wealth Me Up W VDO

ลงทุนนิยม EP.51 : มองเศรษฐกิจภาพใหญ่ หุ้นไหนน่าลงทุน?

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

COVID-19 กระทบเศรษฐกิจไทย Q2 ลึก-แรง

 

COVID-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก สำหรับประเทศไทย ในกรณีที่ยังมีการ Lockdown การใช้รถไฟฟ้า ทางด่วน MRT BTS ย่อมลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเดือนล่าสุดนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 99% ขณะที่ SMEs ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน และความเชื่อมั่นก็อาจไม่ฟื้นตัวจนกระทั่งหมด COVID-19

 

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ SCBS คาดการณ์ว่า GDP มีแนวโน้มอ่อนตัวลงค่อนข้างแรงในไตรมาส 2 ต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3 ซึ่งคาดว่าไตรมาส 2 อาจเป็นไตรมาสที่แย่ที่สุด (ในกรณีที่สามารถเริ่มเปิดเศรษฐกิจได้ในเดือนพฤษภาคม) แต่แม้จะเริ่มคลายการ Lockdown ภาคบริการเองก็คงยังไม่สามารถกลับมาได้ 100% เพราะยังคงต้องระมัดระวังเรื่องของการใช้ชีวิต

 

 

อย่างไรก็ตามมาตรการของภาครัฐในการพยุงเศรษฐกิจทั้ง 3 ระยะวงเงินรวมประมาณ 17% ของ GDP สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้บ้าง ทำให้การบริโภคมีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 3 และทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาดีขึ้นได้ในไตรมาส 4

 

 

GDP ไทยแย่สุดอาจ -8.1%

 

SCBS คาดการณ์เศรษฐกิจไทยเป็น 4 กรณีด้วยกัน โดย Base Case ไตรมาส 1 มีโอกาสที่ GDP จะติดลบอยู่ที่ -2.6% และค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ก่อนจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาส 3 ที่ 0.6% ทำให้ทั้งปี GDP -0.2%

 

แต่กรณีเลวร้ายที่สุดไตรมาส 1 อาจติดลบที่ -6.5% ไตรมาส 2 ลงมาหนัก -24.4% ก่อนลดช่วงลบในไตรมาส 3 ที่ -7% แล้วจึงค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 3 ที่ 5.6% ทำให้ทั้งปีติดลบประมาณ -8.1%

 

 

ฟื้นแบบ U Shape นำโดยจีน-สหรัฐฯ

 

สำหรับคาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย SCBS ประเมินว่าทุกประเทศน่าจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแบบ U Shape มากกว่า V Shape โดยประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วที่สุดคือ “ประเทศจีน” โดยหากมองในแง่ดี มีความเป็นไปได้ที่จีนจะฟื้นตัวได้ในช่วงกลางปีหน้า (2564) ในขณะที่ประเทศอื่นคงต้องใช้เวลานานกว่านั้น

 

ถัดจากประเทศจีนก็คือ “สหรัฐอเมริกา” ที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่น เนื่องจากมีเครื่องมือค่อนข้างพร้อมในการพยุง และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเทคโนโลยี และเงินทุน

 

ส่วน “ประเทศไทย” คาดว่ากว่าจะฟื้นได้อย่างแข็งแรง อาจใช้เวลาอีก 2 ปี หรือประมาณปี 2565 ขณะที่ประเทศที่น่าเป็นห่วงคือประเทศในทวีปยุโรป และญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้าที่สุด เนื่องจากเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตช้า และพึ่งพาภาคบริการสูง

 

 

กำไรบริษัทจดทะเบียนอาจลดลงกว่า 20%

 

SCBS ประเมินว่า EPS (กำไรต่อหุ้น) ของบริษัทจดทะเบียนจะได้รับผลกระทบ จากผลประกอบการที่แย่ลง SCBS ประเมินว่า EPS อาจลดลงมากกว่า 20% ซึ่งเป็นการประเมินที่แย่กว่าที่ตลาดคาด เนื่องจาก SCBS มองว่าสถานการณ์ของ COVID-19 เป็นเรื่องใหม่ ทำให้ต้องประเมินผลกระทบเป็นระยะ นอกจากนั้นประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลงด้วยเช่นกัน จากอุปสงค์ที่ลดลงอย่างมาก และอุปทานที่เกินความต้องการ

 

 

ตลาดหุ้นฟื้นขึ้นแรงจากจุดต่ำสุด แต่ยัง “ไม่ใช่ขาขึ้น”

 

ปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยร่วงลงหนักจนกระทั่งมี Circuit Breaker ถึง 3 ครั้ง ใน 3 สัปดาห์ กระทั่งธนาคารกลางทั่วโลกออกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับตัวขึ้นแรง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย

 

อย่างไรก็ตาม SCBS ประเมินว่า การปรับขึ้นในรอบนี้เป็นการปรับตัวจากความเชื่อมั่น และสภาพคล่องที่ถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบ ดังนั้นหากจะคาดการณ์ว่าตลาดปรับทิศเป็นขาขึ้นแล้ว อาจจะเร็วเกินไปที่จะประเมินแบบนั้น เนื่องจากทั่วโลกยังต้องเผชิญกับการต่อสู้กับ COVID-19 อยู่ อีกทั้งการเปิดเมืองหรือเปิดธุรกิจก็จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

 

5 หุ้นแนะนำสำหรับลงทุนแบบ DCA

 

หุ้นแนะนำจาก SCBS ในการลงทุนแบบ DCA ซึ่งควรลงทุนระยะยาว 5 ปีขึ้นไป คือหุ้นที่สามารถ ฟื้นตัวได้ในระยะยาว ได้รับผลกระทบน้อย หรือถ้าได้รับผลกระทบหนัก ราคาก็ร่วงลงจะผลตอบแทนคุ้มเสี่ยงแล้ว ที่สำคัญคือต้องเป็นหุ้น “ผู้นำ” ได้แก่

 

  • BDMS: ผู้นำทางธุรกิจ มีเครือข่าย ครอบคลุม และในระยะยาวคาดว่าธุรกิจการแพทย์จะกลับมาได้
  • CPALL: ได้รับผลกระทบน้อย และมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะยาว
  • CPF: คาดการณ์ผลประกอบการณ์ไตรมาส 1 และ 2 น่าจะดี เนื่องจากมีการขาดแคลนสัตว์ รวมถึงเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการแข่งขันระยะ
  • ADVANC: ผู้นำในธุรกิจให้บริการด้านสื่อสาร ที่มีสภาพคล่องมากพอ และธุรกิจแข็งแรงพอในการรับมือกับ COVID-19
  • AOT: แม้ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จาก COVID-19 แต่ด้วยความแข็งแรงของบริษัทและ Valuation ที่ลดลงมาสะท้อนสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทำให้การลงทุนแบบ DCA เป็นการลงทุนที่คุ้มเสี่ยงในเวลาที่ธุรกิจมีการฟื้นตัว

 

 

#WealthMeUp

 

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก  https://setga.page.link/oai3xZjUZnRGgjEC8

Related Stories