×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

ทำกำไรจากหุ้นใหม่ SET5O & SET1OO

2,335

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ช่วงตลาดหุ้นผันผวน ทำให้นักลงทุนออกอาการลังเลกับการวางกลยุทธ์ หรืออยากลงทุนหุ้นสักตัว สองตัว แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรเพราะมองไปทางไหนเห็นแต่ตัวแดงทั้งนั้น เข้าไปแล้วขาดทุนแน่นอน แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวังเพราะยังมีหุ้นอยู่ในดัชนี SET50 และ SET100 สามารถลงทุนได้

 

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ศึกษาข้อมูลพบว่า หุ้นที่ถูกเข้าคำนวณทั้งใน SET50 และ SET100 พร้อมกัน มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และราคามีโอกาสปรับขึ้นมากกว่า (Outperform) ดัชนีตลาด โดยสถิติในอดีตตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน พบว่าราคาหุ้นในดัชนีทั้งสองมักปรับตัวขึ้นตอบรับในเชิงบวกล่วงหน้าก่อนวันบังคับใช้เสมอ

 

เช่นเดียวกัน หุ้นที่ถูกคัดออกจาก SET50 และ SET100 ต้องระมัดระวัง เพราะราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลงก่อนวันบังคับใช้ แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นหุ้นก็จะค่อยๆ ฟื้นกลับมา

 

เพื่อให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดจากประเด็นดังกล่าว ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ได้วิเคราะห์เชิงปริมาณ หาช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน โดยแนะนำให้ซื้อก่อนหุ้นจะเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 จริงราว 1 เดือน และขายทำกำไรในวันเข้าคำนวณในหุ้นที่คาดว่าจะถูกเข้าคำนวณพร้อมกันทั้งสองดัชนี ซึ่งจากสถิติจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 7.7%

 

 

 

สำหรับหุ้นถูกคัดเข้า SET50 จากสถิติพบว่า จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 6.2% ก่อนที่หุ้นจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงหลังมีผลบังคับใช้ ตรงกันข้ามหุ้นที่ถูกคัดออก ราคามักจะปรับตัวลดลงก่อนวันบังคับใช้ แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา ส่วนหุ้นที่ถูกคัดเข้า/ออก SET100 ไม่ค่อยมีนัยสำคัญราคาหุ้นมากนัก

 

หุ้นที่ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าจะถูกเข้าคำนวณทั้งดัชนี SET50 และ SET100 พร้อมกัน ได้แก่ RATCH BGRIM และ TOA โดยชอบหุ้นสองตัวแรก

 

BGRIM : มีจุดเด่นที่การขยายกำลังการผลิตได้อย่างต่อเนื่องตามแผน โดยมีโครงการที่จะทยอยผลิตเชิงพาณิชย์ตลอด 5 ปีข้างหน้า อีกทั้ง ยังเดินหน้าหาโอกาสลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง นอกจากนี้ราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมาน่าจะสะท้อนประเด็นการย้ายที่ตั้งโรงไฟฟ้า BGRP 1,2 และโครงการ SPP Replacement ที่รอรับการอนุมัติจากภาครัฐอย่างเป็นทางการไปมากแล้ว

 

RATCH : เป็นหุ้น Defensive ที่มี Beta ต่ำเพียง 0.33 และจ่ายเงินปันผลสูงถึง 4.7% และมีแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นจากงวดก่อนหน้า เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งโรงไฟฟ้าทุกแห่งของ RATCH กลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง ประกอบกับรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าหงสาเต็มที่ ด้วยอัตราการเดินเครื่องที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ขณะที่ทิศทางกำไรภายใต้ backlog ในมือปัจจุบันจำนวน 7 โครงการ 928 เมกกะวัตต์ ยังจะทยอยเข้ามาต่อยอดกำไรในช่วง 4 ปีข้างหน้า

 

 

#WealthMeUp

Related Stories