×

Wealth Me Up ใช้แรงทำเงิน

‘ฝึกงาน’ ให้ได้ ‘งาน’

3,822

 

บัณฑิตใหม่ตกงาน 27% ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นสถิติของปี 2559 แต่ไม่ว่าจะเป็นปีไหนเมื่อไหร่ เชื่อว่าคงไม่มีบัณฑิตจบใหม่คนไหนอยากจะติดกลุ่มนี้แน่ๆ

 

ถ้าอยากเพิ่มโอกาสมี ‘งานทำ’ เมื่อเรียนจบ ก็ไม่ควรมองข้าม ‘โอกาส’ ดีๆ ในช่วง ‘ฝึกงาน’ ที่หลายหลักสูตรกำหนดให้นักศึกษาต้องฝึกงานก่อนเรียนจบ ซึ่งแต่ละองค์กรก็มีนโยบายรับนักศึกษาฝึกงานเป็นพนักงานประจำแตกต่างกันไป

แต่หากฝึกงานให้ ‘ถูกที่ ถูกเวลา และถูกใจ (หัวหน้างาน)’ แล้ว อาจได้งานทำตั้งแต่ยังไม่รับปริญญา!

 

‘ถูกที่’ 

มาจากการเปิดใจให้กว้างๆ อย่าคิดแค่ต้องการฝึกงานในองค์กรที่ทำธุรกิจเดียวกับสาขาที่เรียนมาเท่านั้น แต่อาจมองไปกว้างๆ หาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องบ้างก็ได้ ไม่ควรเน้นเลือกเฉพาะบริษัทระดับบิ๊กๆ ของวงการเพียงอย่างเดียว เพราะจริงๆ แล้ว การฝึกงานกับบริษัทระดับ SME จะเปิดโอกาสให้ทำงานจริงๆ ที่มีประโยชน์ต่อองค์กรได้มากกว่า

 

‘ถูกใจ’ 

ถ้าอยากฝึกงานให้ ‘ถูกใจ’ ต้องรู้จักสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ ซึ่งต้องอาศัยการเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนไปฝึกงาน ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรและงานหรือโครงการที่องค์กรนั้นๆ มีอยู่ รวมถึงความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจให้ได้มากที่สุด เพราะนอกจากทำให้หัวหน้างานรู้สึกประทับใจกับความตั้งใจและความรู้ของตัวคนไปฝึกงานแล้ว ยังช่วยให้สามารถรับมือกับงานต่างๆ ที่ถูกหยิบยื่นมาให้รับผิดชอบได้ดียิ่งขึ้น

 

เมื่อไปฝึกงานวันแรก สามารถสร้างความประทับใจง่ายๆ ด้วยการแต่งตัวให้เหมาะกับสถานที่ ตรงต่อเวลา ตลอดช่วงฝึกงาน ต้องกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ แต่จำไว้ด้วยว่าต้องฟังหัวหน้าด้วย

ได้รับงานที่มอบหมายแล้ว หากมีข้อสงสัยก็ควรซักถามอย่างปล่อยให้คาใจ เพราะบางทีสิ่งที่เข้าใจกับสิ่งที่หัวหน้าสั่งอาจไม่ตรงกัน สุดท้ายอาจทำให้งานออกมาไม่ดี หรืออาจผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่หัวหน้าต้องการ

 

ถ้าอยากเรียนรู้ ต้องกล้าถาม กล้าพูด เพราะแสดงให้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานเห็นว่าเรามีความคิดเห็น และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหัวหน้างานได้อีกทางหนึ่ง
แม้จะเรียกว่า ‘ฝึกงาน’ แต่ต้องคิดเสมอว่า นี่เป็นทำงานจริงๆ ไม่ใช่มาฝึกแค่เอาใบผ่านงานเท่านั้น ต้องมีทัศนคติเชิงบวกกับทุกเรื่องที่ต้องเจอในการทำงาน พยายามคิดเสมอว่า ‘เราทำได้’

 

‘ถูกเวลา’ 

ได้รับมอบหมายงานอะไรก็ต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด เก็บข้อมูลผลงานความสำเร็จที่ทำได้ตลอดช่วงฝึกงาน ซึ่งจะกลายเป็นใบเบิกทางชั้นดี เพราะทำให้นายจ้าง (ในอนาคต) รู้ว่าทำไมควรจะรับเราเข้าไปร่วมงานด้วย

‘ถูกเวลา’ อีกอย่างคือ หมั่นสอบถามตำแหน่งงานว่างในองค์กร เพื่อแสดงให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยว่าสนใจอยากทำงานกับที่นี่จริงๆ เผื่อเมื่อไหร่มีตำแหน่งว่าง นายจ้างจะได้คิดถึงเราเป็นตัวเลือกแรกๆ

แต่หากไม่ได้งานทันทีหลังฝึกงานเสร็จ ก็อย่าลืมติดต่อกับคนในองค์กรเป็นประจำ เพื่ออัพเดตทั้งข้อมูลตำแหน่งว่างในองค์กร พร้อมบอกเล่าความคืบหน้าในชีวิตของเราให้เขาได้รู้ ซึ่งจะช่วยให้เราอยู่ในใจของนายจ้างเสมอเมื่อมีตำแหน่งว่างในองค์กรนั้นๆ

ทำได้แบบนี้บวกกับโชว์ฝีมือเต็มที่ตลอดการฝึกงาน รับรองมีงานทำชัวร์!

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories

amazon anti fatigue mats