×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

วางเงินให้ถูกทิศ พิชิตกำไร

2,364

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

สินทรัพย์แต่ละประเภทเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนกัน สินทรัพย์บางอย่างทำกำไรได้ในช่วงเศรษฐกิจขยายตัว แต่ไม่ดีในช่วงเศรษฐกิจหดตัว ดังนั้น ถ้าเข้าใจวัฏจักรเศรษฐกิจ แล้วเลือกลงทุนกับสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ จะทำให้การลงทุนประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลว

 

การเลือกลงทุนให้เหมาะกับช่วงเศรษฐกิจหรือช่วงเวลา เรียกว่า Investment Clock หรือนาฬิกาแห่งการลงทุน อารมณ์ประมาณว่า จะหมุนการลงทุนให้ล้อไปกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงช่วงนั้นๆ นับเป็นเครื่องมือที่นักลงทุนเอาไว้คอยจับทิศทางว่าช่วงไหนควรลงทุนอะไร และไม่ควรไปยุ่งกับสินทรัพย์ประเภทไหน

 

โดยนาฬิกาแห่งการลงทุน แบ่งออกได้ 4 ช่วง

 

Reflation

เป็นช่วงภาวะเศรษฐกิจยังมีความอ่อนแอจะเกิดขึ้นหลังจากเพิ่งผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงแต่เริ่มเห็นการปรับลดลง คนยังไม่ค่อยกล้าใช้เงินเพราะยังไม่แน่ใจว่าวิกฤติหมดไปหรือยัง เช่นเดียวกันบริษัทก็ไม่กล้าลงทุน  

 

ผลจากอาการกลัวดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจขยายตัวช้า จึงคาดการณ์ได้ว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไม่ช้า เช่น ลดดอกเบี้ย

 

สินทรัพย์ที่น่าลงทุน คือ ตราสารหนี้ นอกจากจะมีความปลอดภัยแล้ว ยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีจากการลดลงของดอกเบี้ย ถ้าสนใจหุ้นก็เน้น หุ้นเชิงรับ ที่มีโอกาสเติบโต (Defensive Growth)

 

Recovery

เป็นช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่ ฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ นโยบายอะไรที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วก็งัดออกมาใช้ โดยเฉพาะการคงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำๆ

 

ผลลัพธ์ ก็คือ คนจับจ่ายใช้สอยกันเต็มที่ ภาคธุรกิจขยายการลงทุนเต็มสูบ เลยทำให้ตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจเติบโตก้าวกระโดด

 

สินทรัพย์ที่น่าลงทุน คือ หุ้น โดยเฉพาะหุ้นประเภทเติบโต (Growth Stock) จะได้รับความนิยมสูง รวมไปถึงทองคำ เพราะลงทุนไปแล้วจะให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าประทับใจ

 

Overheat 

เป็นช่วงที่เริ่มพูดถึงคำว่า “ฟองสบู่” กัน เพราะทุกอย่างเริ่มเกินพอดี การลงทุนก็กลายเป็นการเก็งกำไร หนี้สินเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด การจับจ่ายใช้สอยทะลุเพดาน สังเกตได้จากราคาสินค้าเพิ่มขึ้น บริษัทผลิตสินค้าไม่ทันตามความต้องการ ผลิตสินค้าเต็มกำลังผลิตแล้ว นั่นหมายความว่าเงินเฟ้อขยับขึ้นตามไปเรื่อยๆ ตามต้นทุนสินค้า

 

ผลที่ตามมา ก็คือ รัฐบาลส่งสัญญาณเตือน แล้วก็เริ่มเข้ามาควบคุมเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตแบบพอดีๆ ไม่ให้ร้อนแรงจนเกินไป เช่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย ลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  

 

สินทรัพย์ที่น่าลงทุน ก็คือ น้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เพราะราคาจะมีราคาสูงขึ้น ถ้าสนใจหุ้นก็เน้นหุ้นวัฏจักร ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรง (Cyclical Value)

 

Stagflation

เป็นช่วงที่ค่อนข้างอึดอัดเพราะเศรษฐกิจไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ แถมมีสัญญาณปรับลดลง แต่เงินเฟ้อยังไม่ยอมลดลงตาม เพราะราคาสินค้ารวมถึงการจับจ่ายใช้สอยของคนยังอยู่ในระดับสูง แต่ก็เริ่มบ่นกันแล้วว่าเงิน หรือแม้แต่งานเริ่มหายากขึ้น

 

ผลที่ตามมาคือ ผลการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ เริ่มลดลง ทำให้เริ่มผลักภาระมายังลูกค้าด้วยการขึ้นราคาสินค้า ขณะเดียวกันรัฐบาลเริ่มออกมาตรการทั้งนโยบายการเงิน การคลังเพื่อพยุงการตกต่ำของเศรษฐกิจ

 

สินทรัพย์ที่น่าลงทุน ก็คือ เงินสดหรือเงินฝาก เพราะยังได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่วนนักลงทุนที่อยู่ในตลาดหุ้นก็เริ่มทยอยลดพอร์ตการลงทุน เพราะมองว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเริ่มหดหาย ขณะเดียวกันเริ่มกังวลกับการหดตัวของเศรษฐกิจ ถ้าสนใจหุ้นก็เน้นหุ้นเชิงรับที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรง (Defensive Value)

 

วัฏจักรเศรษฐกิจก็เหมือนเข็มนาฬิกาที่หมุนไปเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าเข้าใจว่าตอนนี้เศรษฐกิจอยู่ช่วงไหน และสามารถลงทุนได้ตามวัฏจักร รับรองว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ทุกช่วง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเป็นอย่างไร

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats