×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

หุ้น vs กองทุนหุ้น

1,697

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

การลงทุนหุ้นและกองทุนหุ้น มีรูปแบบที่แตกต่าง โดยเรื่องหลักๆ ที่นักลงทุนต้องรู้ไว้ ได้แก่

 

1) การเลือกหุ้นที่ลงทุน

กองทุนหุ้น : เราเลือกได้เพียงนโยบายการลงทุนที่กำหนดกรอบหุ้นที่ลงทุนไว้เท่านั้น เช่น หุ้นขนาดกลางขนาดเล็ก , หุ้นขนาดใหญ่ กลุ่ม SET50 , หุ้นเน้นปันผล , หุ้นเฉพาะหมวดอุตสาหกรรม , หุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาล เป็นต้น ส่วนจะลงทุนหุ้นบริษัทไหน เป็นหน้าที่ของ บลจ. และผู้จัดกองทุน เป็นผู้เลือกหุ้นที่สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนดไว้ โดยกองทุนจะกระจายลงทุนหุ้นหลายๆ ตัวตามนโยบาย และไม่กระจุกแค่หุ้นใดหุ้นหนึ่ง

 

หุ้น : เราต้องเป็นผู้คัดเลือกหุ้นที่ลงทุนเอง หากเจอหุ้นที่ดีก็อาจได้กำไร หรือเงินปันผล แต่หากโชคร้ายเจอหุ้นไม่ดี อาจติดดอยอยู่นาน จนต้องยอม cut loss ซึ่งการเลือกให้เจอหุ้นดีต้องอาศัยการศึกษาและติดตามข่าวสารอยู่เสมอ รวมถึงการใช้หลักการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานหรือกราฟปัจจัยทางเทคนิคในการตัดสินใจเลือกหุ้นด้วย

 

2) การสับเปลี่ยนหุ้น

กองทุนหุ้น : เราไม่มีทางรู้เลยว่าผู้จัดการกองทุนจะตัดสินใจอย่างไรกับหุ้นนั้น กว่าจะรู้อีกที คือ ต้องรอดูเอกสาร fund fact sheet อีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า และมักระบุเฉพาะหุ้นที่กองทุนถือมากที่สุด 5 ลำดับแรก ณ สิ้นเดือนเท่านั้น หรือ ถ้าอยากดูหุ้นทั้งหมดที่กองทุนถืออยู่ ก็ต้องรอดูในรายงานประจำปี ซึ่งเป็นข้อมูล ณ สิ้นปี เราจึงทำได้เพียงการสับเปลี่ยนไปลงทุนกองทุนที่เน้นหมวดอุตสาหกรรมอื่นแทนหมวดเดิมที่ถืออยู่เท่านั้น ไม่สามารถเลือกซื้อ/ขายหุ้นใดหุ้นหนึ่งได้

 

หุ้น : เราสามารถเลือกที่จะถือหุ้นเดิม หรือ ขายหุ้นนั้น เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นใหม่ที่คิดว่าดีกว่า โดยอาจเป็นหุ้นที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมเดิมหรือเปลี่ยนหมวดอุตสาหกรรมได้อย่างอิสระ

 

3) การขอคืนภาษีเงินปันผล

กองทุนหุ้น : หากใครมีฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่ำกว่า 10% หรืออยู่ที่ 0%-5% มีโอกาสขอคืนภาษีเงินปันผลที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายได้บางส่วนหรือทั้งหมด โดยการนำรายได้เงินปันผลกองทุน ซึ่งถือเป็นเงินได้ 40(8) ไปรวมกับรายได้อื่น เพื่อยื่นภาษีสิ้นปี

 

หุ้น : หากใครมีฐานภาษีต่ำกว่า 30% หรืออยู่ที่ 0%-25% (กรณีเป็นหุ้นของบริษัทที่เสียภาษีนิติบุคคล 20% และเงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%) มีโอกาสขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนได้บางส่วน หรือ ทั้งหมด โดยการนำรายได้เงินปันผลหุ้น ซึ่งถือเป็นเงินได้ 40(4) ไปรวมกับรายได้อื่น เพื่อยื่นภาษีสิ้นปี

 

เมื่อเข้าใจความต่าง ก็เลือกลงทุนได้เหมาะสม ทั้งสไตล์การลงทุนและฐานรายได้ของตนเอง

 

 

#WealthMeUp

Related Stories