×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

หนีภาษี อันตรายกว่าที่คิด

829

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ใกล้ปลายปีก็ถึงเทศกาลภาษีที่หลายคนเริ่มมองหาค่าลดหย่อนภาษีกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ RMF, SSF หรือประกันชีวิต ฯลฯ เป้าหมายก็คือ การเสียภาษีให้ต่ำที่สุด ซึ่งก็เป็นการวางแผนภาษีที่ถูกกฎหมาย แต่ก็มีหลายคนที่เลือกใช้วิธีง่ายๆ คือ ไม่จ่ายภาษีเอาดื้อๆ เพราะ

 

คิดว่าสรรพากรไม่รู้ ใครคิดแบบนี้ขอให้คิดใหม่นะ สรรพากรนับเป็นองค์กรรัฐที่มีการพัฒนาด้าน digital สูงมากจนคว้า 2 รางวัลในงานรางวัล DG Awards 2020 แถมสรรพากรยังมีการออกกฎหมายใหม่ๆมามากมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี เช่น กฎหมายธุรกรรมลักษณะเฉพาะ (กฎหมาย e-payment) ที่ให้สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมเฉพาะให้แก่กรมสรรพากร คือ มียอดฝากหรือโอนเงินเข้าทุกบัญชี 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป หรือมียอดฝากหรือโอนเงินทุกบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และมียอดเงินรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทต่อปีขึ้นไป ฯลฯ ทุกวันนี้สรรพากรมีข้อมูลเงินได้ของพวกเราหมดแล้ว โอกาสจะรอดหูรอดตาสรรพากรยากมาก

 

นึกไปเองว่าถ้าสรรพากรตรวจพบก็แค่เสียภาษีเท่านั้น จริงๆแล้ว ความเสียหายจากการไม่เสียภาษีอากรให้แก่กรมสรรพากรนั้นมีมากกว่าแค่เสียภาษีคืนมาก

 

ความเสียหายจากการหนีภาษี  เราสามารถแยกพิจารณาได้เป็น 3 กรณี

 

ก่อนสรรพากรฟ้องศาล

 

ถ้าถูกสรรพากรตรวจพบต้องเสียเงินเพิ่มให้สรรพากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนและอาจโดนเบี้ยปรับ 1 -2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระอีกด้วยถ้าไม่ยอมชำระภาษี กรมสรรพากรก็ยังสามารถยึดหรืออายัดทรัพย์และขายทอดตลาดได้เลย  โดยยังไม่ต้องฟ้องต่อศาลก่อนก็ได้  และระยะเวลาที่มีอํานาจทําได้ก็เป็นเวลานานถึง 10 ปี  และหากในระหว่างนี้ทําการยักย้ายทรัพย์สินก็อาจจะมีความผิดอาญาเพิ่มขึ้นไปอีกฐานมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอาจติดคุกได้

 

สรรพากรฟ้องศาล

 

ถ้าผู้ค้างภาษีอากรยังดื้อไม่ยอมชําระหนี้ภาษีอากรค้าง สรรพากรก็สามารถนําคดีมาฟ้องต่อศาลต่อไปได้ เช่น

 

  • ฟ้องที่ศาลภาษีอากรกลาง สำหรับกรณีสรรพากรเลือกฟ้องเพราะไม่สามารถเร่งรัดเรียกหนี้ภาษีอากรค้างได้แล้ว

 

  • ฟ้องที่ศาลเดียวกับลูกหนี้ถูกฟ้องเกี่ยวกับทรัพย์ที่ขายทอดตลาด เช่น ศาลแพ่ง ศาลจังหวัด ฯลฯ โดยสรรพากรสามารถเข้าไปขอเฉลี่ยหนี้ได้

 

  • ฟ้องที่ศาลล้มละลายกลาง กรณีหนี้เข้าหลักเกณฑ์ฟ้องได้ (กฎหมายล้มละลายกำหนดเงื่อนไขการฟ้องล้มละลายได้ คือ

 

    • กรณีเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท
  •  
    • นิติบุคคลเป็นเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท

 

แม้ว่าเมื่อครบ 3 ปีนับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย จะถูกปลดจากการล้มละลายโดยอัตโนมัติทันที โดยผลของกฎหมายการปลดจากการล้มละลายจะส่งผลให้บุคคลล้มละลายนั้นหลุดพ้นจากหนี้สินทั้งปวงด้วยก็ตาม แต่ก็ยกเว้นหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร ดังนั้นสรรพากรยังตามทวงหนี้ได้อยู่

 

หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว

 

เมื่อศาลภาษีอากรกลางมีคําพิพากษาให้สรรพากรชนะคดีแล้ว สรรพากรก็สามารถบังคับคดีได้ตามกฎหมายได้อีกเป็นระยะเวลา 10 ปี และหากในระหว่างนั้นยังไม่ได้รับชําระภาษีอากรครบถ้วนและยังเข้าหลักเกณฑ์ที่จะฟ้องล้มละลายได้กรมสรรพากรก็ยังสามารถนําหนี้ภาษีอากรนั้นมาฟ้องยังศาลล้มละลายกลางได้อีกครั้งหนึ่ง หากผู้ค้างภาษีอากรถึงแก่ความตายทายาทที่รับมรดกก็จะต้องนํามรดกที่ได้รับมาเสียภาษีอากรให้ครบถ้วนด้วย

 

สรุปสุดท้ายด้วยวลียอดฮิต “Nothing is certain except for death and taxes.” ของ Benjamin Franklin ที่แปลว่า ”ไม่มีอะไรที่แน่นอนเท่าความตาย และ ภาษี”  ดังนั้นวิธีวางแผนภาษีที่ดีที่สุด คือ การเสียภาษีอย่างถูกกฎหมาย

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats