×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

ตราสารหนี้ติดลบ น่ากังวลแค่ไหน?

421

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

เมื่อธนาคารกลางต่าง ๆ พากันขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคากองทุนตราสารหนี้พากันติดลบถ้วนหน้า สร้างความกังวลให้กับคนที่ถือกองทุนเหล่านี้อยู่ไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรกองทุนที่ถือราคาจะกลับมากำไร

 

ดอกเบี้ยขึ้นทีไร ราคาหรือ NAV ของกองทุนตราสารหนี้มักปรับตัวลงทุกที ซึ่งมักขัดกับวัตถุประสงค์การลงทุนของเงินก้อนนี้ ที่ต้องการเน้นรักษาเงินต้นหรือเป็นเงินส่วนที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ แล้วผู้ที่ถืออยู่ควรกังวลกับกองทุนตราสารหนี้ที่ติดลบนี้หรือไม่ มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

 

ทำไมดอกเบี้ยขึ้น ราคาตราสารหนี้ถึงลดลง

 

เมื่อธนาคารกลางประกาศขึ้นดอกเบี้ย ย่อมส่งผลให้ตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน ฯลฯ ที่ออกใหม่หลังจากนั้น ต้องให้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับสูงขึ้นตามไปด้วย

 

ดังนั้นหากมีผู้ที่ต้องการขายตราสารหนี้เดิมที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าตราสารหนี้ออกใหม่ ก็จำเป็นต้องขายในราคาที่ต่ำลง เพื่อจูงใจให้มีคนมาซื้อ ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้และ NAV กองทุนตราสารหนี้โดยรวมลดลงไปด้วย

 

ราคาตราสารหนี้ที่ติดลบ น่ากังวลแค่ไหน

 

ราคาตราสารหนี้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานธุรกิจของผู้ออกตราสารหนี้ ดังนั้นหากผู้ออกเป็นภาครัฐหรือบริษัทเอกชนที่ยังมีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) สูง ก็คาดได้ว่าผู้ถือตราสารหนี้จะยังคงได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นคืนตามสัญญา

 

สำหรับกองทุนตราสารหนี้ สามารถพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ส่วนใหญ่ที่กองทุนถืออยู่ได้จาก Fund Fact Sheet (หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ) โดยจะมีการระบุ Credit Rating ของตราสารหนี้ที่กองทุนถือเกินกว่า 20% ของมูลค่ากองทุน ซึ่งหากเป็นตราสารหนี้ภาครัฐ หรือตราสารหนี้เอกชน Credit Rating AAA, AA, A, BBB ก็คาดได้ว่า NAV กองทุนตราสารหนี้ที่ติดลบ จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

ถือกองทุนตราสารหนี้อย่างไร ให้มีความสุข

 

กองทุนตราสารหนี้แต่ละกองทุนมี อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนหรือ Portfolio Duration ที่ต่างกัน ซึ่งหากถือลงทุนได้นานกว่า Portfolio Duration ก็มีโอกาสได้รับเงินต้นพร้อมผลตอบแทนในรูปแบบส่วนต่างราคาและเงินปันผล (ถ้ามี) ที่สูงขึ้น และความเสี่ยงที่จะขาดทุนเมื่อถึงเวลาดังกล่าวก็จะต่ำลง

 

ดังนั้นหากเงินก้อนนี้มีระยะเวลาการลงทุนที่ชัดเจน อาจเลือกกองทุนตาม Portfolio Duration ได้ หรือหากไม่มีระยะเวลาการลงทุนที่ชัดเจน อาจแบ่งเงินก้อนเป็น 3 ส่วน เพื่อกระจายลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มี Portfolio Duration ต่างกัน ได้แก่ (1) สั้นกว่า 3 เดือน (2) 3-12 เดือน และ (3) 12 เดือนขึ้นไป เพื่อที่หากจำเป็นต้องใช้เงิน จะได้สามารถเลือกขายคืนเฉพาะกองทุนที่ยังกำไรอยู่ได้ อีกทั้งก่อนการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ การมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินให้เพียงพอกับการใช้จ่าย 6-12 เดือน ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น

 

กองทุนตราสารหนี้เป็นทางเลือกการลงทุนที่หลายคนเชื่อว่าความเสี่ยงต่ำและปลอดภัยต่อเงินต้น แต่ก็ต้องเข้าใจในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น Credit Rating และ Portfolio Duration เพื่อจะได้เป็นทางเลือกที่สามารถลงทุนได้อย่างสบายใจ

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats