×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

ธนาคารโลกชี้ AI หนุนเศรษฐกิจภูมิภาคโตต่อเนื่อง ปรับเพิ่ม GDP ไทยโต 2%

69

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram

 

ธนาคารโลก (World Bank) รายงานการอัปเดตเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกฉบับล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ปีละสองครั้ง คาดว่าเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) จะขยายตัว 4.5% ในปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังอยู่ในระดับที่แตกต่างกันระหว่างประเทศและภาคเศรษฐกิจ

 

AI กำลังสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาค 

 

รายงานของธนาคารโลก ระบุว่า หลายประเทศในภูมิภาคนี้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปี 2569 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการผลิตและการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง ตามการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ในระดับโลก

 

ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้ปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2569 ของเวียดนามขึ้น 1.1% เป็น 7.4% มาเลเซียขึ้น 0.7% เป็น 5.1% และไทยขึ้น 0.7% เป็น 2.0% ในส่วนของกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งมีความเปราะบางต่อราคาพลังงานที่สูงและมีกันชนทางการเงินค่อนข้างจำกัดในการรองรับภาวะช็อกจากภายนอก ขยายตัว 2.2% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 0.5% สำหรับจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ขยายตัว 4.4% เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศยังคงถูกจำกัดจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอและการปรับตัวที่ยังดำเนินต่อเนื่องในภาคอสังหาริมทรัพย์

 

“การที่เอเชียตะวันออกและแปซิฟิกมีการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งเข้ากับห่วงโซ่มูลค่าโลก และมีพลวัตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้ภูมิภาคนี้อยู่ในจุดที่สามารถได้รับประโยชน์จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลก” คาร์ลอส เฟลิเป้ ฮารามิโย รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าว


“ความท้าทายสำคัญในขณะนี้ คือการต่อยอดจุดแข็งของภูมิภาคในด้านการผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ไปสู่การนำ AI มาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ และสร้างงานที่ดีขึ้นและมีจำนวนมากขึ้นให้แก่ผู้คนนับล้าน หากประเทศต่างๆ ดำเนินการอย่างกล้าหาญตั้งแต่วันนี้ AI จะสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่เปิดโอกาสใหม่ๆ เพิ่มรายได้ และนำไปสู่อนาคตที่มั่งคั่งยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”

 

การนำ AI  ไปใช้ในระบบเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความเหลื่อมล้ำ

 

ในบทวิเคราะห์พิเศษของรายงานเจาะลึกเรื่อง AI ในภูมิภาคว่า หลายประเทศกำลังได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้จัดหาสินค้าที่เป็นรากฐานสำคัญของการลงทุนด้าน AI ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในระบบเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความเหลื่อมล้ำ แม้ว่าการใช้งานทั้งในระดับบุคคลและภาคธุรกิจจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังตามหลังกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากภาคธุรกิจยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่สูง การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว สำหรับประเทศส่วนใหญ่ ผลประโยชน์สูงสุดในระยะสั้นจะมาจากการใช้สิ่งที่เรียกว่า “Small AI” ซึ่งหมายถึงการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมือ AI ที่เข้าถึงได้ง่าย

 

“ภาคเอกชนสามารถมีบทบาทหลักในการแปรศักยภาพของ AI ให้เกิดเป็นการจ้างงานที่มากขึ้นและมีคุณภาพดียิ่งขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก” ซาร์เวช ซูรี รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) กล่าว

 

“ด้วยการระดมทุนภาคเอกชนเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและพลังงาน การขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับภาคธุรกิจ และการลงทุนในการพัฒนาทักษะกำลังแรงงาน ประเทศต่างๆ จะสามารถเร่งรัดการนำ AI มาใช้ในระบบเศรษฐกิจได้อย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ความคล่องตัว และความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงของธุรกิจขนาดเล็ก”

 

AI กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการทักษะแรงงาน

 

AI ยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการจ้างงานในกลุ่มที่สามารถทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ แต่กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการทักษะแรงงานในปัจจุบัน ภาคธุรกิจแสวงหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI ควบคู่กับทักษะด้านการวิเคราะห์และทักษะทางสังคมมากยิ่งขึ้น AI มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเกื้อหนุนการปฏิบัติงานที่ต้องอาศัยการคิดเชิงซับซ้อนและการตัดสินใจ อย่างไรก็ดี มีเพียง 13% ของการจ้างงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเท่านั้นที่อยู่ในหมวดหมู่ดังกล่าว เมื่อเทียบกับ 39% ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว

 

เสนอมาตรการเชิงรุก 3 ด้าน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการจ้างงานที่มีผลิตภาพสูงขึ้น กลุ่มธนาคารโลกเสนอแนะให้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างจริงจังใน 3 ด้าน ดังนี้

 

1. ส่งเสริมการนำ AI มาใช้ ผ่านสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโต โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัล การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการพัฒนาทักษะที่ช่วยให้แรงงานได้รับประโยชน์จาก AI

 

2. ปรับใช้ AI ให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นเพื่อสร้างงานที่ดีขึ้น โดยใช้เครื่องมือ AI ที่รองรับภาษาท้องถิ่นและมีต้นทุนที่เข้าถึงได้ในภาคส่วนที่สามารถสร้างการจ้างงานในวงกว้างและรองรับแรงงานทุกระดับทักษะ เช่น การท่องเที่ยวและธุรกิจการเกษตร

 

3. ใช้ประโยชน์จากบทบาทสำคัญของภาครัฐในฐานะผู้ใช้และผู้กำกับดูแล AI เพื่อยกระดับบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพื้นฐาน กฎระเบียบ และความร่วมมือในระดับภูมิภาค

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats