2 นวัตกรรม AI เปลี่ยน ‘ความรู้ทางการเงิน’ ให้ใช้ได้จริง
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram
แม้ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกกว่า 75% จะเข้าถึงบัญชีทางการเงินได้แล้ว แต่การมีบัญชีธนาคารไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีสุขภาพการเงินที่ดี เพราะผู้คนจำนวนมากยังขาดความรู้ในการบริหารเงิน จัดการหนี้สิน และรับมือกับความเสี่ยงทางการเงิน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้พวกเขามีความรู้ทางการเงิน และเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินให้ดีขึ้น หนึ่งในโจทย์สำคัญบนเวที From Ideas to Impact: CGAP’s Financial Literacy Soluitions Sprint ในงานประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งจัดโดย CGAP ร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ World Bank Group เพื่อตอบคำถามสำคัญว่า เราจะใช้เทคโนโลยีและ AI พัฒนา ‘ความตระหนักรู้เรื่องการเงิน’ ให้กลายเป็น ‘พฤติกรรมทางการเงินที่ดีขึ้น’ ได้อย่างไร
และนี่คือประเด็นที่น่าสนใจจากเวทีดังกล่าว พร้อมกรณีศึกษาจาก 2 ผู้ชนะนวัตกรรมทางการเงิน นั่นคือ แอปพลิเคชัน ‘Monny’ จากเนเธอร์แลนด์ และแอปพลิเคชัน ‘Vitto’ จากอินเดีย
การเรียนรู้เรื่องเงินแบบเดิมๆ ไม่ได้ผลแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าคลาส อ่านบทความ หรือชม VDO อาจช่วยให้เข้าใจเรื่องเงินมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินได้เสมอไป คุณ Olivier van Dijk ผู้ก่อตั้ง Monny ชี้ให้เห็นว่า คนที่กำลังเจอความเครียดทางการเงิน การนั่งดูกราฟวงกลมที่แสดงรายรับ-รายจ่าย ในแอปฯ การเงิน ไม่ได้ช่วยลดความกังวลหรือแก้ไขปัญหาหนี้สินได้เลย
แต่สิ่งที่จะช่วยให้คนกลุ่มนี้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง คือการมีโค้ชการเงินส่วนตัว หรือ Money Coach ที่จะให้คำแนะนำทางการเงินที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ช่วยตั้งเป้าหมาย และติดตามผลอย่างใกล้ชิด แต่วิธีนี้เคยมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถขยาย Scale ไปยังคนนับล้านได้ จนกระทั่งมีการนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจริงในชีวิตประจำวัน และช่วยขยายบริการนี้ให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น
AI Money Coach
แอปฯ Monny ได้สร้าง AI Money Coach ที่เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเงินทั้งหมด และจัดทำแผนการเงิน โดยร่วมมือกับทางธนาคารและบริษัทติดตามหนี้ โดย 58% ของผู้ใช้งาน เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินที่ดีขึ้น, 57% ลดการใช้จ่าย Buy Now Pay Later (BNPL) และ 1 ใน 4 ของผู้ที่ค้างชำระหนี้ สามารถกลับมาชำระหนี้ค้างได้ครบภายใน 60 วัน
สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีและ AI นอกจากสามารถช่วยคำนวณและสรุปข้อมูลแล้ว ยังช่วยให้ผู้คนตัดสินใจเรื่องเงินได้ดีขึ้น เมื่อคำแนะนำสอดคล้องกับปัญหาและสถานการณ์จริงของแต่ละคน
ให้ความรู้ทางการเงินที่กระชับ-ตรงจุด
ในอินเดียนั้นมี SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 60 ล้านรายที่ขาดโอกาสเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะสม หนึ่งในปัญหาที่เจอคือ สัญญากู้ยืมภาษาอังกฤษหนาๆ เกือบ 30 หน้า ที่อ่านไม่เข้าใจ ทำให้บางรายเสี่ยงจะเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบจากการต้องการกู้ยืมเงินทุน ดังนั้นคุณ Kapil Patil ผู้ร่วมก่อตั้ง Vitto จึงอยากช่วยแก้ปัญหานี้โดยมีแนวคิด ‘Transactional Financial Literacy’ การให้ความรู้ทางการเงินที่กระชับ-ตรงจุด ของทุกการทำธุรกรรมทางการเงิน
อย่างเมื่อสถาบันการเงินส่งข้อความเตือนชำระหนี้ผ่าน WhatsApp ระบบของ Vitto จะแนบ VDO สั้น หรือข้อความให้ความรู้ภาษาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมถึงมี AI Assistant คอยอธิบายเงื่อนไขสัญญาเป็นภาษาท้องถิ่น ปัจจุบัน Vitto ให้บริการร่วมกับสถาบันการเงินกว่า 10 แห่งในอินเดีย เข้าถึงผู้ใช้กว่า 500,000 ราย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงทางการเงิน และลดต้นทุนดำเนินงานของธนาคารไปพร้อมกัน
บทเรียนสำคัญจากเวทีนี้คือ การแก้ปัญหาความรู้ทางการเงินไม่ได้หมายถึงการทำให้ผู้คนต้องเรียนรู้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้พวกเขาสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ
ไม่ว่าจะเป็น AI Money Coach ที่ช่วยวางแผนการเงินเฉพาะบุคคล หรือการส่งความรู้สั้นๆ ในจังหวะที่ผู้ใช้กำลังตัดสินใจทำธุรกรรม ทั้ง 2 แนวทางต่างสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีสามารถช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างความรู้เรื่องเงินกับการลงมือทำได้ และหากนำ AI มาใช้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับความโปร่งใส ความปลอดภัย และตรวจสอบได้โดยมนุษย์ เทคโนโลยีนี้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงความรู้ทางการเงินที่เหมาะกับตัวเอง และสร้างสุขภาพการเงินที่ดีในระยะยาวได้
















