×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

3 ช่องทางเสกเงินเร็ว

6,327

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

ทุกวันนี้ หลายคนเริ่มบ่นกันว่า ทำไมเงินในกระเป๋าถึงได้โบยบินจากไปเร็วซะเหลือเกิน ยิ่งมนุษย์เงินเดือน พอรายได้หลังหักภาษี เห็นเงินเหลือแทบเป็นลม แล้วอย่าไปนึกถึงเงินเก็บออมกันหล่ะ เอาแค่ลุ้นกันตัวโก่งว่าจะมีพอยาไส้ถึงสิ้นเดือนกันก่อนดีกว่า

 

จะดีมั้ย ถ้ามีช่องทางหาเงินนอกจากเงินเดือนประจำ ซึ่งจะว่าไปแล้วถ้าทุกคนไม่ขี้เกียจหรือมีข้ออ้างร้อยแปด บอกเลยว่าหาช่องทางนั้นเจอแน่นอน เผลอๆ ทำแล้วได้เงินเป็นกอบเป็นกำ เลี้ยงตัวได้ ที่เหลือก็แบ่งไปออม ไปลงทุนเพื่อเก็บไปใช้หลังวัยเกษียณ

 

งานพิเศษ

“ไม่มีเวลา” “อะไรก็ไม่เป็น จะให้ไปทำอะไร” “ขี้เกียจ” ประโยคคลาสสิกที่ได้ยินจากหลายคนมักชอบบ่นว่าเงินไม่พอใช้ แต่ก็ไม่อยากขวนขวายหาเงิน แน่นอนว่าการหาอาชีพเสริมอาจจะเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับใครบางคน แต่ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ

 

ลองนั่งนิ่งๆ แล้วสำรวจตัวเองว่ามีความสามารถพิเศษอะไร หรือมีสกิลในการขายของอะไรได้บ้าง เช่น เก่งภาษาอังกฤษ เก่งบัญชี ถ้าแบบนี้ก็ลองสอบถามเด็กนักเรียนแถวๆ บ้านว่าสนใจอยากเรียนพิเศษหรือเปล่า แบบว่าคิดราคาขำๆ เช่น 100 บาทต่อชั่วโมงต่อคน คิดดูถ้ามีเด็กสนใจ 3 คน ก็ได้ 300 บาท ยิ่งเก่งบัญชี มีโอกาสรับงานฟรีแลนซ์ทำบัญชีเล็กๆ น้อยๆ อีกต่างหาก

 

หรือบางคนบ้าเสื้อผ้าแฟชั่น ชอบดูเซเลปแต่งตัว ลองเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่น ขายตามออนไลน์ ฝากร้านตามเว็บไซต์ต่างๆ โปรโมตโพสต์ บางทีสกิลนี้อาจสร้างรายได้มากกว่าเงินเดือนประจำ

 

หรือไม่ก็จับกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่ชอบเดินตลาดนัด ก็ไหนๆ เดินกันแทบจะทุกเย็นหลังเลิกงาน ร่วมหุ้นกันเช่าพื้นที่ในตลาดนัด ขายเสื้อผ้า กำไล น้ำหอม ไม่ต้องขายทุกวันหรอก แค่เสาร์ อาทิตย์ก็พอ ขายกันขำๆ แต่กำเงินหมื่นเชียวนะ

 

บางคนทำอาหารอร่อย ลองถามเพื่อนๆ ในออฟฟิศว่า ถ้าทำข้าวกล่องมาขายจะซื้อมั้ย ก็เห็นโทรศัพท์สั่งแล้วให้มอเตอร์ไซค์มาส่งกันแทบทุกกลางวันอยู่นี่ สมมติว่ามีคนสั่ง 10 คน คิดกล่องละ 40 บาท วันนั้นได้ 400 บาท หักต้นทุนก็เหลืออยู่นะ ถ้าขายได้ 3 วันต่อสัปดาห์ เงินสดอยู่ในกระเป๋า 1,200 บาท

 

Passive Income

หากได้อ่านหนังสือ Cash Flow Quadrant หรือเงินสี่ด้าน เขียนโดย Robert Kiyosaki มีด้านหนึ่งที่สามารถทำเงินให้กับเราได้ โดยไม่ต้องไปออกแรงให้เหนื่อย พูดง่ายๆ ให้เงินทำงานแทน ที่เรียกว่า Passive Income

 

หลายคนอาจจะบอกว่า วิธีการนี้ใช้ได้เฉพาะคนที่มีเงินเท่านั้น ถูกแต่ไม่ทั้งหมด เพราะมนุษย์เงินเดือนก็สามารถให้เงินทำงานแทนได้ อย่างเช่น ซื้อคอนโดมิเนียมแล้วปล่อยเช่า ซึ่งทุกวันนี้เป็นที่นิยมสูงพอสมควร ยิ่งถ้าอยู่ในทำเลดีๆ ค่าเช่าต่อเดือนทะลุหมื่นบาท

 

บางคนอาจบอกว่าซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่ามีความเสี่ยงพอตัว หรือวันดีคืนดีโดนผู้เช่าเบี้ยวหนี้หนีไปซะงั้น คงต้องมองถึงการลงทุนผ่านกองทุนรวม ถ้าเลือกกองหุ้นดี มีประสิทธิภาพ ทำกำไรให้ได้ปีละ 8 – 10% หรืออาจมองหาหุ้นปันผลสัก 1- 2 ตัว เก็บกินปันผลไปเรื่อยๆ  

 

ใช้จ่ายให้น้อยลง

วิธีนี้ ทุกคนทำได้ แถมทำได้ง่ายมาก แต่ผลลัพธ์กลับดีต่อเงินในกระเป๋าสุดๆ นั่นคือ ลดการจับจ่ายใช้สอยกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เช่น ลดการช้อปปิ้ง หยุดซื้อเสื้อผ้า หยุดทานข้าวนอกบ้าน เลิกดูหนังในโรงหนัง ไม่ไปเที่ยวต่างประเทศ

 

ถ้าทำได้ จะเห็นเงินเหลือเยอะทีเดียว เช่น ถ้าไม่ไปเที่ยวยุโรป จะมีเงินเหลือครึ่งแสนบาท หนังเรื่องหนึ่ง 200 กว่าบาท ถ้าหยุดดูจะเหลือเงินอย่างน้อยๆ 200 บาท (ไม่รวมค่าขนมขบเคี้ยว) แปลงเป็นค่าอาหารได้ 3 มื้อ ยิ่งไม่ซื้อเสื้อผ้ายิ่งลดค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก

 

การใช้จ่ายเงิน บางครั้งก็ดูเหมือนยาเสพติด เพราะบางคนถ้าไม่ได้ช้อปปิ้งตอนสุดสัปดาห์จะกระวนกระวาย ชีวิตเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป วิธีแก้คือ ค่อยๆ ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สักพักก็ทำได้เอง แล้วจะได้วินัยทางการเงินเข้ามาแทน

#WealthMeUp

Related Stories