×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

"ทองคำ" ยังเป็น "Safe Haven" อยู่หรือไม่?

512

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

เมื่อช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา ภาพคนต่อคิวยาวเหยียดจนล้นออกนอกประตูร้านขายทองคำ เพราะช่วงนั้นราคาทองคำวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายซื้อก็เน้นเก็งกำไร ฝ่ายขายก็ขายทำกำไร แต่บรรยากาศหน้าร้านขายทองในวันนี้ช่วงเงียบเหงา

 

ว่ากันว่ายุคตื่นทองได้สิ้นสุดลงไปแล้ว แต่คำถามคือ สิ้นสุดลงแค่ระยะสั้นๆ หรือกว่าจะเห็นบรรยากาศความคึกคักต้องใช้เวลาอีกนานหลายปี หรือพูดง่ายๆ การปรับขึ้นของราคาทองคำรอบนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นขาขึ้นรอบใหม่ หรือระดับราคานี้กำลังใกล้สิ้นสุดของรอบขาขึ้นแล้ว

 

เดือนมกราคม ปี 2563 ราคาทองคำแท่ง รับซื้อเฉลี่ย 22,344.44 บาท ขายออกเฉลี่ย 22,444.44 บาท ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อเฉลี่ย 21,941.57 บาท ขายออกเฉลี่ย 22,944.44 บาท

 

เดือนสิงหาคม ปี 2563 ราคาทองคำแท่ง รับซื้อเฉลี่ย 28,988.00 บาท ขายออกเฉลี่ย 29,088.00 บาท ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อเฉลี่ย 28,465.63 บาท ขายออกเฉลี่ย 29,588.00 บาท

 

ถ้าย้อนกลับไปดูดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในช่วงก่อนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (สำรวจโดยศูนย์วิจัยทองคำ) พบว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นราคาทองคำจะปรับขึ้นได้อีก ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายทองคึกคักอย่างมาก

 

แต่นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมาดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำเริ่มปรับลดลง โดยนักลงทุนเชื่อว่าราคาทองคำเริ่มทรงตัว และมีแนวโน้มผันผวน ดังนั้น จึงเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขาย

 

และล่าสุดดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนสิงหาคม ถึงแม้นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มราคาทองคำว่ายังเป็นขาขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญทองคำ ประเมินว่าราคาทองคำยังคงมีความผันผวน เนื่องจากราคาแกว่งตัวในระดับสูง จึงแนะนำนักลงทุนควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ

 

เมื่อราคาทองคำมีความผันผวนสูงเช่นนี้ มีคำถามตามมาว่า ทองคำยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนที่มีความปลอดภัย หรือ Safe Haven อยู่หรือไม่

 

เนื่องจากปีนี้ เศรษฐกิจหดตัวจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส VOVID-19 ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนอื่นๆ เช่น หุ้น กองทุนรวมหุ้น ตราสารหนี้ ปรับตัวลดลงและถึงขั้นขาดทุน ส่งผลให้ทองคำได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Morningstar สถาบันจัดอันดับกองทุนรวม ตั้งข้อสังเกตว่า สินทรัพย์ที่เป็น Safe Haven ควรมีคุณสมบัติ คือ คงมูลค่าในตัวเอง (หรือปรับตัวขึ้น) แม้ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ทองคำถึงแม้ว่าราคาจะปรับตัวขึ้นในช่วงเศรษฐกิจหดตัว แต่ก็มีบางช่วงที่ทำให้นักลงทุนขาดทุนได้โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการทองคำปรับลดลง

 

ที่สำคัญไปกว่านั้นสินทรัพย์ที่เป็น Safe Haven ไม่ควรเน้นลงทุนเพื่อเก็งกำไร แต่ในช่วงวิกฤติ COVID-19 พบว่าผู้ที่ซื้อทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ ส่วนใหญ่มีเป้าหมายเพื่อทำกำไรระยะสั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้มีโอกาสขาดทุนได้ตลอดเวลา

 

ไม่ว่าจะลงทุนอะไร หากนักลงทุนศึกษาข้อมูล เข้าใจความเสี่ยง เลือกสินทรัพย์การลงทุนให้เหมาะกับสไตล์การลงทุน ที่สำคัญมีวินัย ย่อมทำให้ลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้

 

นักวิเคราะห์จาก Morningstar แนะนำว่าทุกคนสามารถลงทุนทองคำได้ แต่ควรมีพียงเล็กน้อยติดปลายนวมประมาณ 5 – 10% ของเงินลงทุนโดยรวม เช่น ถ้ามีเงินลงทุน 100 บาท แบ่งมาซื้อทองคำ 5 – 10 บาท ก็พอ ที่สำคัญควรซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว

 

 

#WealthMeUp

Related Stories