×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

5 เทคนิคลงทุน LTF และ RMF

6,010

 

ปีนี้ตลาดหุ้นไทยจบ 9 เดือนแรกของปีบวก 10.99% แถมยังมีทีท่าว่าจะบวกต่อไปอีกจนจบสิ้นปี มูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยก็เริ่มกลับมาคึกคัก จากเมื่อช่วงต้นปีมูลค่าซื้อขายต่อวันเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท กลายมาเป็นวันละ 50,000-60,000 ล้านบาท

 

แต่กลับพบว่ามีนักลงทุนโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนตกรถไฟกันเป็นแถว เนื่องจากตัวเลขล่าสุด เงินลงทุนในกองทุนคู่แฝดประหยัดภาษีทั้ง LTF และ RMF นั้นยังไม่กระเตื้องเลย มากไปกว่านั้นในส่วนของ LTF ยังมีนักลงทุนถอนเงินลงทุนออกเป็นจำนวนมากเนื่องจากที่หุ้นปรับตัวขึ้นมาในรอบนี้

 

อย่างไรก็ตามจากตัวเลขสถิติในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ผู้ลงทุนจะเริ่มลงทุนใน LTF และ RMF ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ถึงแม้ว่าในปีนั้นดัชนีตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นไปสูงมากเท่าไรก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่าท้ายสุดแล้วแรงจูงใจในเรื่องของสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี ยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนท่านต้องการอยู่นั่นเอง

 

เมื่อเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ วันนี้เราจึงมี 5 เทคนิคง่ายๆ ในการเตรียมตัวเพื่อลงทุนในกองทุน LTF และ RMF มาฝากกันดังต่อไปนี้

 

1. คำนวณสิทธิในการลงทุน | ไม่เกิน 5 แสนบาทหรือ 15% ของเงินได้

สิทธิในการลงทุน LTF และ RMF นั้นเป็นของบุคคลธรรมดาผู้ที่มีรายได้เสียภาษีทุกคน ซึ่งถูกกำหนดไว้ที่อย่างละไม่เกิน 500,000 บาทหรือ 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี แต่ในปีนี้รัฐบาลได้มีการอัพเดทฐานภาษีใหม่พร้อมทั้งค่าลดหย่อนต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้สิทธิในการลงทุนนั้นเปลี่ยนแปลงไป  และถ้าหากนักลงทุนท่านใดยังไม่ทราบลองแวะไปดูที่นี่ http://www.thaimutualfundnews.com/program/tax.html

 

2. มอง LTF-RMF เป็นพอร์ตโฟลิโอ | จัดพอร์ตตามความเสี่ยง

ต้องยอมรับว่าผู้ลงทุนส่วนใหญ่นั้นจะเลือกลงทุนใน LTF ก่อน RMF ด้วยเหตุผลที่ว่ามีระยะเวลาในการลงทุนที่สั้นมากกว่า แต่สำหรับท่านที่ต้องลงทุนกองทุนทั้ง 2 ประเภทนั้น อยากให้มองการลงทุนทั้ง 2 ประเภทนั้นเป็นเงินก้อนเดียวกันหรือมองในรูปแบบของพอร์ตโฟลิโอนั้นเอง

ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็นคนวัยกลางอายุ 45-50 ปีและรับความเสี่ยงทางการลงทุนได้ในระดับปานกลาง พอร์ตการลงทุนก็ควรจะเป็นแบบผสมโดย ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ 50% ซึ่งตรงนี้ท่านสามารถใช้ LTF เป็นเครื่องมือได้อย่างเต็มที่ (เพราะลงทุนในหุ้นซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูง) และอีก 50% ในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำซึ่งในกรณีนี้ก็สามารถเลือกลงทุนใน RMF ที่เป็นกองทุนประเภทตราสารหนี้ทั้งหมดได้ เพื่อจะได้ไม่รับความเสี่ยงมากจนเกินไปนั้นเอง

 

3. จัดสรรเงินลงทุน | คำนึงถึงความต้องการใช้เงินระยะสั้น-กลาง-ยาว

เนื่องจากการลงทุนในกองทุนทั้ง 2 ประเภทนั้นมีระยะเวลาในการลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์กำหนดไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นการจัดสรรเงินมาลงทุนนั้นต้องคำนึงถึงความต้องการใช้เงินของเราในระยะสั้น กลาง และยาวเป็นอย่างดี ไม่ควรนำเงินที่มีความต้องการในการใช้ในระยะเวลาอันใกล้มาลงทุน เช่น ค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านผ่อนรถ เงินเก็บเพื่อการศึกษาบุตร เป็นต้น

 

4. เลือกผลตอบแทนดีสม่ำเสมอ | ไม่ต้องสูง แต่ไม่ผันผวน

แน่นอนที่สุดว่าใครก็ต้องอยากได้กองทุนที่ทำผลตอบแทนที่ดี แต่นั้นคือเรื่องของอนาคตที่เราไม่อาจจะรู้ได้จริงๆ ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถทำได้ดีที่สุดตอนเลือกลงทุนนั้นก็คือ ศึกษาดูข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนในอดีตที่ผ่านมา โดยที่ประเด็นที่สำคัญนั้นคือ ควรจะเลือกกองทุนที่สามรถทำผลตอบแทนได้ดีอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 5 ปี โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นกองทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงที่สุดก็ได้ และไม่ควรเลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนผันผวนขึ้นๆลงๆ

 

5. เลือกค่าธรรมเนียมต่ำ | เพื่อประหยัดต้นทุน

ท้ายสุดนี้เป็นเรื่องของค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ของกองทุนเรียกเก็บไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมซื้อ/ขาย และค่าใช้จ่ายๆต่างที่เรียกเก็บรายปี เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นต้นทุนทางการลงทุนของผู้ลงทุนทั้งสิ้นดังนั้นการที่เราเลือกองทุนที่ค่าธรรมเนียมต่ำก็เท่ากับว่าเราได้ประหยัดต้นทุนของเราไปด้วยนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามต้องดูในเรื่องของผลตอบแทนประกอบ และเปรียบเทียบกันเฉพาะในกลุ่มการลงทุนประเภทเดียวกันเท่านั้น

 

ท้ายสุดนี้คำถามที่สำคัญอีกหนึ่งคำถามของผู้ลงทุนในตอนนี้ ที่กำลังลังเลว่าจะลงทุนในกองทุน LTF และ RMF ดีหรือไม่เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมามากพอสมควรแล้ว กลัวจะติดดอยกองทุน ก็ต้องบอกว่าไม่ต้องกลัว และควรลงทุนกันต่อเพราะกองทุนทั้ง 2 กองทุนนี้เป็นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาว ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยยาว อีกทั้งกองทุน 2 ประเภทนี้ยังมีแต้มต่อในเรื่องของสิทธิประโยชน์ทางภาษีบวกกับช่วยส่งเสริมวินัยในการออมและการลงทุนให้กับเราอีกด้วย ถึงอย่างไรก็ดีกว่าไม่ลงทุนแน่นอน

 

#WealthMeUp

 

กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

Related Stories