×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

1O หุ้นคุณค่า – 1O หุ้นเติบโต สร้างผลตอบแทนพอร์ตโดดเด่น

1,038

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

หุ้นคุณค่า (Value Stock) และหุ้นเติบโต (Growth Stock) เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก โดยหุ้นคุณค่ามักเป็นธุรกิจที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง การดำเนินธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง จ่ายเงินปันได้สม่ำเสมอ และหุ้นบางตัวยังมีมูลค่าไม่ค่อยสูง เช่น เช่น อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่ำ (P/E Ratio ต่ำ)ขณะที่หุ้นเติบโตมักเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้สูง (หรือรวดเร็ว) เป็นหุ้นที่มีมูลค่าสูง เช่น อัตราส่วนราคาต่อกำไรสูง (P/E Ratio สูง) หรืออัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีสูง (P/BV Ratio สูง)

 

ความนิยมของนักลงทุนของการลงทุนหุ้นคุณค่าและหุ้นเติบโต สะท้อนได้จากมีเงินลงทุนไหลเข้าออกระหว่างหุ้นสองประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น ถ้าช่วงไหนหุ้นคุณค่าได้ประโยชน์จากสถานการณ์ในช่วงนั้น ๆ นักลงทุนจะเน้นเก็บหุ้นคุณค่าเข้าพอร์ต ด้วยการลดน้ำหนักหุ้นเติบโตลง ตรงกันข้ามหากช่วงไหนหุ้นเติบโตมาแรงก็จะเน้นเก็บหุ้นประเภทนี้ ด้วยการลดน้ำหนักหุ้นคุณค่าลง เป็นต้น

 

เช่น ช่วง COVID-19 แพร่ระบาด หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตได้เร็วก็ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลก และเมื่อสถานการณ์ COVID เริ่มดีขึ้น เศรษฐกิจประเทศต่าง ๆ ฟื้นตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น ทำให้หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งกลับมาเติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำให้หุ้นคุณค่าก็กลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นตามไปด้วย

 

จากความนิยมด้วยการมีหุ้นหุ้นคุณค่าและหุ้นเติบโตอยู่ในพอร์ต มาลองคัดกรองหุ้นทั้งสองประเภทที่โดดเด่นเก็บไว้ในพอร์ตประเภทละ 10 ตัว โดยใช้ข้อมูลจริงในอดีตในแต่ละช่วง จากนั้นมาดูว่าผลลัพธ์ออกมาจะเป็นอย่างไร

 

โดยเงื่อนไขการคัดกรองหุ้นละแต่ละตัวต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

 

  • สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free-Float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้วของบริษัท

 

  • มาร์เก็ตแคปไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท

 

  • ซื้อขายมาอย่างน้อย 1 ปี

 

  • ROE สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

 

ส่วนเงื่อนไขของการสร้างพอร์ตลงทุน คือ จะต้องมีหุ้นคุณค่าหรือหุ้นเติบโตในพอร์ต 10 ตัวตลอดเวลา โดยกระจายน้ำหนักการลงทุนด้วยการซื้อหุ้นแต่ละตัวไม่เกิน 10% ของเงินลงทุนโดยรวม และกระจายการลงทุนให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมแต่ละประเภท จากนั้นก็ตรวจสุขภาพพอร์ตลงทุนทุก ๆ ครึ่งปี

 

หากดูในช่วง COVID แพร่ระบาด พบว่าธุรกิจเติบโตหรือปรับตัวได้ดีได้อานิสงค์จากการล็อกดาวน์ เช่น ธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ค้าปลีก โรงพยาบาล รวมถึงธุรกิจส่งออกที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉลี่ยแล้วมีค่า P/E Ratio อยู่ที่ 24.41 เท่า ค่า P/VB Ratio อยู่ที่ 4.59 เท่า โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่ 2.15% สอดคล้องกับลักษณะหุ้นเติบโตที่มีมูลค่าแพง

 

ขณะที่ธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มหุ้นคุณค่า เช่น กลุ่มพลังงาน ธนาคาร จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากวิกฤติ COVID เช่น พลังงานได้รับผลกระทบในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลง หรือธนาคารต้องตั้งสำรองสำหรับหนี้เสียเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น โดยเฉลี่ยแล้วมีค่า P/E Ratio อยู่ที่ 11.91 เท่า ค่า P/VB Ratio อยู่ที่ 1.54 เท่า โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่ 4.69% สอดคล้องกับลักษณะหุ้นคุณค่าที่เติบโตสม่ำเสมอและมีมูลค่าไม่แพง

 

ผลการคัดกรองหุ้นแต่ละประเภท (ประเภทละ 10 ตัว) แล้วซื้อเข้าพอร์ต ผลปรากฏว่า

 

หุ้นเติบโต

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 จากนั้นก็ถือมาจนถึง 31 สิงหาคม 2564 พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 10%

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ 1 กันยายน 2563 จากนั้นก็ถือมาจนถึง 31 สิงหาคม 2564 พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 21%

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2559 จากนั้นก็ถือมาจนปลายปี 2563 (ลงทุน 5 ปี) พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 17%

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2554 จากนั้นก็ถือมาจนปลายปี 2563 (ลงทุน 10 ปี) พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 93%

 

หุ้นคุณค่า

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 จากนั้นก็ถือมาจนถึง 31 สิงหาคม 2564 พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 53%

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ 1 กันยายน 2563 จากนั้นก็ถือมาจนถึง 31 สิงหาคม 2564 พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 01%

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2559 จากนั้นก็ถือมาจนปลายปี 2563 (ลงทุน 5 ปี) พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 80%

 

  • ซื้อหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2554 จากนั้นก็ถือมาจนปลายปี 2563 (ลงทุน 10 ปี) พอร์ตลงทุนจะมีผลตอบแทนโดยรวม 10%

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ลงทุนนั้นอาจมีบางช่วงที่ผลตอบแทนขาดทุน เนื่องจากปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ทำให้ราคาหุ้นปรับลดลง แต่ถ้ามีการติดตามข้อมูล ปรับพอร์ตลงทุนได้เหมาะสมตามสถานการณ์ และเน้นลงทุนระยะยาว ผลลัพธ์ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดี

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats