×

Wealth Me Up ให้เงินทำงาน

5 หุ้นจ่ายปันผลสม่ำเสมอ มีติดพอร์ตสบายใจ

1,201

 

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

หากดัชนีหุ้นผันผวนและมีโอกาสปรับลดลงมากกว่าปรับขึ้น นักลงทุนอาจเริ่มมีคำถามในใจแล้วว่าควรเข้าซื้อหุ้นดีหรือไม่ และถ้าคำตอบว่าจะซื้อต่อไป  “หุ้นปันผล” ดูจะเป็นทางเลือกที่ดี

 

อย่างไรก็ดี มีข้อสงสัยเสมอว่าควรซื้อหุ้นปันผลช่วงไหนดี คำตอบคือ ควรซื้อหุ้นปันผลตั้งนานแล้ว เพราะระดับผลตอบแทนยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ แต่ถ้ายังไม่มีหุ้นปันผลสักตัวก็ไม่มีคำว่า “สายเกินไป” เพราะหุ้นประเภทนี้มีความมั่นคงในเรื่องของการจ่ายเงินปันผล โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่จะประกาศจ่ายเงินปันผล “ควรซื้อเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งยังดีกว่าที่ไม่ได้ซื้อ”

 

ดังนั้น หุ้นปันผลเป็นทางเลือกเพื่อการลงทุนที่ดีในระยะยาว ถึงแม้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในช่วงเกิดวิกฤติ COVID-19 จะลดลงไปบ้างก็ตาม แต่ถ้าเลือกหุ้นปันผลให้ละเอียดยิ่งขึ้น ก็จะมีหุ้นปันผลที่ให้อัตราเงินปันผลตอบแทนเกิน 5% และมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ให้เลือกลงทุนอยู่

 

มีคำถามตามมาว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น นักลงทุนมักจะให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นหรือเน้นหาหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น ๆ อย่างไรก็ตาม หุ้นปันผลก็จะโดดเด่นตามไปด้วยเพราะทุกวันนี้หุ้นที่มีผลประกอบการดีก็มีความสามารถจ่ายเงินปันผลดีตามไปด้วย ไม่ใช่ว่าเมื่อตลาดหุ้นปรับขึ้นหุ้นปันผลจะได้รับความนิยมลดน้อยถอยลง

 

เหตุผล เนื่องเพราะในช่วงที่ตลาดหุ้นขยับขึ้น นักลงทุนอาจจะมีการปรับกลยุทธ์จากการที่ลงทุนหุ้นที่หวือหวา มี Beta สูง ๆ เพื่อต้องการลดความเสี่ยงด้วยการขายหุ้นดังกล่าวบางส่วน แล้วซื้อหุ้นปันผลเพิ่มเข้าในพอร์ต ทำให้ความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตลงทุนลดลง เพราะหากตลาดหุ้นแกว่งตัว หากมีหุ้นปันผลก็จะรองรับผลขาดทุนได้ในระดับหนึ่ง เลยทำให้หุ้นปันผลได้รับความนิยมตลอดเวลา

 

Wealth Me Up ทำการคัดกรองหุ้นปันผล โดยใส่เงื่อนไข ดังนี้

 

  • หุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทนมากกว่า 5% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (2559 – 2563)

 

  • ราคาหุ้นปิด ณ 19 พฤศจิกายน 2564 ไม่เกิน 20 บาท

 

  • ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (2559 – 2563) ต้องมีกำไรสุทธิ (ห้ามขาดทุน)

 

  • ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (2559 – 2563) ROE มากกว่า 15%

 

ผลปรากฏว่าหุ้นที่ผ่านการคัดกรอง 5 ตัว ได้แก่ DRT, GC, PATO, PM และ SPCG

จากนั้นก็เริ่มต้นซื้อหุ้นทั้ง 5 ตัวนี้ตั้งแต่ปี 2559 ด้วยวิธีทยอยลงทุน (DCA) เดือนละ 2,000 บาท (ลงทุนวันทำการวันสุดท้ายของเดือน) จนถึงปัจจุบัน ผลปรากฏว่า DRT, GC, PATO และ PM ได้ทั้งกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผล

 

ส่วน SPCG ขาดทุนจากส่วนต่างราคาหุ้น 13,544 บาท แต่ได้รับเงินปันผลทั้งสิ้น 22,024 บาท ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่ายังมีกำไรจากการซื้อหุ้นตัวนี้ 8,480 บาท จึงสามารถประเมินได้ว่าถ้าเลือกหุ้นปันผลที่ดีแล้วลงทุนระยะยาว ผลลัพธ์ก็ได้รับผลตอบแทนที่ดี

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats