×

Wealth Me Up ข่าวสั้น ทันเศรษฐกิจ

เมื่อผู้สูงวัย 1 ใน 8 ต้องอยู่คนเดียว และอาจมีอายุยืนถึง 1OO ปี

106

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram

 

ลองจินตนาการว่า วันหนึ่งเราอายุ 80 หรือ 90 ปี ลูกหลานอาจอยู่ไกล ไม่มีใครอยู่ใกล้ตัวในวันที่เจ็บป่วย และต้องจัดการหลายเรื่องในชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง เราจะใช้ชีวิตอย่างไร

 

นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะวันนี้ผู้สูงอายุไทยเกือบ 1 ใน 8 อาศัยอยู่คนเดียว ขณะที่คนทั่วโลกมีอายุยืนยาวขึ้น และการมีชีวิตถึง 100 ปีก็ไม่ใช่ความเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

 

ญี่ปุ่นกำลังบอกเราว่า: “อายุ 100 ปี” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

 

หากอยากเห็นภาพอนาคตของไทย ให้ลองหันไปมอง “ญี่ปุ่น” ประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบมาก่อนใครข้อมูลล่าสุดระบุว่า ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไป ทะลุ 100,000 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (โดยเกือบ 88% เป็นผู้หญิง) หากย้อนกลับไปในปี 1963 ญี่ปุ่นมีประชากรอายุ 100 ปี เพียงแค่ 153 คนเท่านั้น

 

การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนี้ทำให้ญี่ปุ่นต้องปรับตัวทั้งระบบสวัสดิการและการดูแลระยะยาว แต่นวัตกรรมทางสังคมที่น่าสนใจที่สุดของญี่ปุ่นคือ การเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงานต่อ

 

ข้อมูลพบว่า คนญี่ปุ่นอายุ 65-69 ปี ประมาณ 55% ยังคงอยู่ในกำลังแรงงาน ขณะที่กลุ่มอายุ 70-74 ปี ก็ยังทำงานอยู่ถึง 36% การทำงานหลังเกษียณของคนยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องการหาเงินแต่เป็นการรักษาอิสรภาพ คุณค่าในตัวเอง ช่วยให้สมองและร่างกายยังแข็งแรง ขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศได้อย่างมหาศาล

 

ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่น… แต่คนทั้งโลกกำลังเข้าสู่ยุค “สังคมอายุยืน”

 

องค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินว่า ภายในปี 2050 โลกเราจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 2.1 พันล้านคน หรือคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 5 ของคนทั้งโลก

 

เมื่อคนแก่เพิ่มขึ้น เด็กเกิดใหม่ลดลง ประชากรวัยทำงานจึงต้องแบกรับภาระมากขึ้น…ฟังดูอาจเหมือนเป็นข่าวร้ายทางเศรษฐกิจแต่ในอีกมุมหนึ่ง สังคมสูงวัยกำลังสร้างตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ World Economic Forum คาดการณ์ว่า ผู้บริโภคกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีการใช้จ่ายทั่วโลกสูงถึง 34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2036

 

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับสวัสดิการ” หรือภาระทางเศรษฐกิจ แต่คือผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ เป็นผู้สร้างมูลค่า และเป็นขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Silver Economy

 

เมื่อ 1 ใน 8 ของผู้สูงอายุไทย “ต้องอยู่คนเดียว”

 

สำหรับประเทศไทย เราเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 14 ล้านคน (เกือบ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ) แต่ความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องคนแก่เยอะขึ้น หรือเด็กเกิดน้อยลง… แต่มันคือ “รูปแบบครอบครัวไทยที่เปลี่ยนไป”

 

ครอบครัวไทยมีขนาดเล็กลง ลูกหลานย้ายไปทำงานต่างพื้นที่ ส่งผลให้ผู้สูงอายุไทยประมาณ 12.9% หรือเกือบ 1 ใน 8 ต้องอาศัยอยู่คนเดียวตามลำพัง การอยู่คนเดียวในวัยเก๋าไม่ได้แปลว่าทุกคนจะโดดเดี่ยวเสมอไป แต่เมื่ออายุมากขึ้น กิจกรรมเบสิกในชีวิตประจำวันจะเริ่มกลายเป็นเรื่องท้าทาย ถ้าป่วย… จะเดินทางไปโรงพยาบาลอย่างไร? ถ้าหลอดไฟเสีย หรือน้ำไม่ไหล… ใครจะช่วยซ่อม? และหากเกิดอุบัติเหตุล้มในบ้าน… ใครจะมาช่วยได้ทันเวลา?

 

ดังนั้น โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่แค่เรื่องการจ่ายเงินบำนาญ แต่คือ “ทำอย่างไรให้คนไทยสามารถใช้ชีวิตคนเดียวได้อย่างปลอดภัย มีอิสระ และมีคุณภาพ”

 

เปลี่ยนความท้าทาย ให้เป็นโอกาสด้วย Silver Economy

 

เมื่อประชากรสูงวัยและคนโสดเพิ่มขึ้น ความต้องการสินค้าและบริการก็เปลี่ยนไป โดย TDRI ประเมินว่า รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุไทยอาจสูงถึง 3.5 ล้านล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

 

และนี่คือ 4 โอกาสทางธุรกิจยุคใหม่ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์คนยุค “อายุยืน-อยู่คนเดียว”

 

1. Ageing in Place (อยู่บ้านเดิมได้อย่างปลอดภัย)

 

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่อยากไปอยู่นิเวศใหม่ แต่อยากใช้ชีวิตในบ้านเดิมที่คุ้นเคย ธุรกิจปรับปรุงบ้านจึงเติบโตขึ้นมาก ทั้งการติดตั้งราวจับ ลดพื้นต่างระดับ ห้องน้ำกันลื่น และระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน เพื่อให้พวกเขายังพึ่งพาตัวเองในบ้านได้นานที่สุด

 

2. Assisted Mobility (เดินทางและทำธุระได้สะดวกขึ้น)

 

สำหรับผู้ที่อยู่คนเดียว การไปหาหมอ ซื้อของ หรือทำธุระที่ธนาคารอาจเป็นเรื่องยาก ธุรกิจรถรับส่งพร้อมผู้ช่วยดูแลการเดินทางจึงตอบโจทย์มาก เพราะสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการ ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือ “ความอุ่นใจ” ตลอดเส้นทาง

 

3. Care Technology (เทคโนโลยีที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ)

 

นาฬิกาตรวจจับการหกล้ม ระบบแจ้งเตือนกินยา แอปพลิเคชันติดตามสุขภาพ หรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกหลานดูแลพ่อแม่จากระยะไกลได้ โดยหัวใจสำคัญคือต้องใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และราคาเข้าถึงได้

 

4. Social Connection (สร้างกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม)

 

เมื่อต้องอยู่คนเดียว ความเหงาคือศัตรูตัวร้าย ธุรกิจที่ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมจึงมาแรง เช่น ทริปท่องเที่ยวสำหรับวัยเก๋า คลาสเรียนทักษะใหม่ๆ หรือคอมมูนิตี้พบปะเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะบางครั้งสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการมากที่สุดอาจเป็นเพียง เหตุผลดีๆ ที่ทำให้เขาอยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันพรุ่งนี้

 

Longevity Society กับชีวิตที่เราต้องวางแผน

 

การเปลี่ยนผ่านจาก Aging Society (สังคมสูงวัย) ไปสู่ Longevity Society (สังคมอายุยืน) ไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐบาลหรือนักธุรกิจเท่านั้น แต่มันคือเรื่องของ “เราทุกคน”

 

โจทย์สำคัญในวันนี้ ไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้เรามีชีวิตยาวนานขึ้น… แต่คือ ทำอย่างไรให้ช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้นมานั้น เป็นช่วงชีวิตที่มีคุณภาพ มีสุขภาพดี มีอิสระ และมีความมั่นคงทางการเงิน เพราะในวันที่ “100 ปี” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป… การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเราทุกคน

 

ที่มา: Bnomics

 

#WealthMeUp

Related Stories

amazon anti fatigue mats