ไทยเหมือน “เรือเล็ก” กลาง 4 มรสุมเศรษฐกิจโลก จะรอดและคว้าโอกาสใหม่ได้อย่างไร?
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram
ในเวที Debate on the Global Economy: Forging Resilient and Dynamic Economies for the Future ระหว่างการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพฯ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สะท้อนถึงความท้าทายของเศรษฐกิจไทยที่เปรียบเสมือน “เรือเล็ก” ที่ต้องเผชิญมรสุมพร้อมกันหลายด้าน แต่ท่ามกลางคลื่นลมที่ท้าทาย กลับมีโอกาสใหม่รออยู่เช่นกัน
1. เรือเล็กกลาง 4 มรสุม ที่โถมเข้าใส่เศรษฐกิจไทย
- ราคาพลังงานและค่าครองชีพ: ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ความผันผวนจึงกระทบต้นทุนการผลิตและปากท้องโดยตรง
- ภูมิเศรษฐศาสตร์แตกขั้ว: ห่วงโซ่อุปทานโลกกระจายตัว แม้จะดึงดูดเงินลงทุนใหม่ แต่ธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันก็เผชิญความเสี่ยงสูง
- ดอกเบี้ยโลกพุ่งสูง: ไทยใช้วินัยการคลังที่เคร่งครัดเป็นเกราะกำบัง ช่วยให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีทรงตัวต่ำเพียงประมาณ 2.3% สวนทางกับหลายประเทศมหาอำนาจ
- คลื่นเทคโนโลยี AI: การเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วทำให้ผู้ที่เชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทาน AI ได้รับประโยชน์มหาศาล ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่คว้าโอกาสนี้ได้
2. เปลี่ยนแรงกระแทก ให้กลายเป็นโอกาส
แม้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคและวินัยการคลังจะช่วยให้เรือเล็กอย่างไทยต้านทานลมมรสุมได้โดยไม่เผชิญปัญหาดอกเบี้ยพุ่งสูงตามเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปลายทาง
ภารกิจหลักคือการ “เปลี่ยนแรงกระแทกให้กลายเป็นโอกาส” ด้วยการผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านให้กับภาคธุรกิจและประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างเกราะป้องกันก่อนที่มรสุมลูกใหญ่กว่าจะมาถึง
3. เปิดประตู “รถไฟความเร็วสูง” สู่ผลิตภาพคนไทย
คำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (FDI) ในครึ่งแรกของปีนี้ที่โตถึง 47% หรือประมาณ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (AI, Smart Electronics, EV) เปรียบเหมือน “รถไฟความเร็วสูง” ที่กำลังเทียบชานชาลา ภาครัฐจึงต้องเปิดประตูให้คนไทยก้าวขึ้นรถไฟขบวนนี้อย่างทั่วถึง
- โครงการ Skill Bridge: เชื่อมนักลงทุนต่างชาติกับมหาวิทยาลัยไทย เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงาน และดึง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
- ลดขั้นตอนราชการ (Cut Red Tape): ปฏิรูปกฎระเบียบและขั้นตอนการขออนุญาต ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนโตกว่า 10% ต่อเนื่อง 2 ไตรมาส
4. เสริมพลังระดับอาเซียน
- ยกระดับการค้าภายในอาเซียน: การค้าระหว่างประเทศสมาชิกอยู่ราว 22% เทียบกับยุโรปที่ราว 60% จึงยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก
- ASEAN Power Grid: เชื่อมโยงพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว ผ่านไทยและมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากราคาพลังงานโลก
- DEFA: ผลักดันการเชื่อมโยงดิจิทัล เช่น Digital ID และการชำระเงิน QR ข้ามพรมแดนระหว่างไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อสนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเติบโตร่วมกัน
- เปิดรับตลาดโลก: เดินหน้าเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป ควบคู่กับการยึดมาตรฐานและกติกาสากล เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของไทยในฐานะ “Trusted Connector”
การสร้างภูมิคุ้มกัน (Resilience) ให้เศรษฐกิจไทย จึงไม่ใช่แค่การพยุง “เรือเล็ก” ให้ลอยผ่านคลื่นลม แต่คือการใช้วินัยการคลังเป็นฐาน และเปิดประตูรถไฟความเร็วสูงแห่งเทคโนโลยีให้คนไทยทุกกลุ่มได้ร่วมเติบโตไปพร้อมกัน
















