เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่คนมีอายุยืนถึง 100 ปี การทำงานหลังวัยเกษียณจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป แต่เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกประเทศต้องหาคำตอบ
จากเดิมที่การเรียนจบมหาวิทยาลัยถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การมีงานทำ แต่วันนี้เด็กจบใหม่ต้องเจอกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป ทั้งจากเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความต้องการของนายจ้าง ทำให้การมีเพียง “ใบปริญญา” อาจไม่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นทำงานได้
ในยุคที่ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานในหลายอาชีพ เทคโนโลยีที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ผู้ช่วย” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแรงเปลี่ยนสำคัญของตลาดแรงงานโลก รวมถึงประเทศไทย
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสหนึ่ง ปี 2568 เด็กจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงานสูง โดยผลการสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ในสหรัฐฯ ของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence พบว่า ผู้บริหารกว่า 89% มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่
ในอีก 5 ปีข้างหน้า…อาชีพที่คุณทำอยู่จะไปต่อได้อีกหรือไม่? เปิดตำแหน่งงานที่จะ ‘รุ่ง’ หรือ ‘ร่วง’ ในปี 2030
Anthropic และ Asana แพลตฟอร์มการจัดการงาน ได้สำรวจความคิดเห็นของพนักงาน 5,007 คนในสหรัฐฯ และอังกฤษ เกี่ยวกับมุมมองในการนำ AI มาใช้ในสถานที่ทำงานพบว่า พนักงานมากกว่า 25% กังวลว่าอาจจะถูกมองว่า “ขี้เกียจ” หากใช้เครื่องมือ AI ในที่ทำงาน ส่วนอีกประมาณ 23% กลัวว่าที่จะถูกตราหน้าว่า “โกง” จากการใช้ AI ในที่ทำงาน และอีกหนึ่งในสาม หรือราวๆ 33% กังวลว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์โดยสิ้นเชิง