พนักงานสุภาพการเงินดี คือพลังสำคัญขององค์กร
ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
องค์กรที่ ‘สุขใจ สุขเงิน สุขงาน’ หน้าตาเป็นอย่างไร? เราจะออกแบบวัฒนธรรมองค์กรให้มีสุขภาพการเงินที่ดีได้ยังไง?
งานสัมมนา ‘Happy Money Workplace’ สุขใจ สุขเงิน สุขงาน ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) Happy Workplace และ noburo เผยถึงข้อมูลที่น่าสนใจจากองค์กรที่ได้เข้าร่วมโครงการแก้หนี้กับทาง noburo ในการให้ความรู้ ช่วยเหลือ และพิชิตหนี้ของพนักงาน รวมถึงให้ความรู้ทางด้านการเงินเพื่อสร้างความ ‘มั่ง-มี-สุข’ แก่พนักงานในองค์กร
โดยได้แบ่งผู้เข้าร่วมโครงการออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่ม 1: ผู้เข้าร่วมโครงการระยะเวลา 12 วัน และไม่ได้รับสิ่งเสริมแรง จำนวน 80 คน
กลุ่ม 2: ผู้เข้าร่วมโครงการระยะเวลา 90 วัน และได้รับสิ่งเสริมแรง จำนวน 94 คน
กลุ่มเข้าร่วมโครงการ 12 วัน และไม่ได้รับสิ่งเสริมแรง
ก่อนร่วมโครงการ:
มีสุขภาวะที่ดีโดยรวมหรือ Well being = 80.6%
- สุขภาวะทางจิตใจ 83.8%
- สุขภาวะทางสังคม 81.6%
- สุขภาวะทางการงาน 78.2%
- สุขภาวะทางการเงิน 78.2%
- สุขภาวะทางร่างกาย 78.2%
มีความรู้ทางด้านการเงิน 69.12% และมีความรู้เกี่ยวกับหนี้ การจัดการหนี้ 74.4%
โดยตัวเลขหนี้สินและรายจ่ายโดยเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่
- เจ้าหนี้ 0.5 คน
- หนี้สิน 18,311 บาท
- การเสี่ยงโชค หวย/ลอตเตอรี่ 480.37 บาท
- สุรา ยาสูบ 348.10 บาท
หลังร่วมโครงการ:
มีสุขภาวะที่ดีโดยรวมหรือ Well being ดีขึ้นอยู่ที่ = 81.6%
- สุขภาวะทางจิตใจ 82.4%
- สุขภาวะทางสังคม 81%
- สุขภาวะทางการงาน 80.08%
- สุขภาวะทางการเงิน 81%
- สุขภาวะทางร่างกาย 82.4%
มีความรู้ทางด้านการเงินดีขึ้นอยู่ที่ 71% และมีความรู้เกี่ยวกับหนี้ การจัดการหนี้ดีขึ้นอยู่ที่ 80.7%
โดยตัวเลขหนี้สินและรายจ่ายโดยเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่
- เจ้าหนี้ 0.59 คน
- หนี้สิน 23,885.26 บาท
- การเสี่ยงโชค หวย/ลอตเตอรี่ 531.62 บาท
- สุรา ยาสูบ 855.69 บาท
จะเห็นว่ากลุ่มไม่ได้รับสิ่งเสริมแรงมี 5 ข้อ คือ ความรู้ทางด้านการเงิน ความรู้เกี่ยวกับหนี้-การจัดการหนี้ สุขภาวะทางการงาน สุขภาวะการเงิน และสุขภาวะร่างกายที่ดีขึ้น แต่ด้วยระยะเวลาที่อาจจะสั้น 12 วัน ทำให้สุขภาวะด้านอื่นๆ ยังดีขึ้นไม่ครบทุกด้าน รวมถึงตัวเลขหนี้สินและรายจ่ายก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มเข้าร่วมโครงการ 90 วัน และได้รับสิ่งเสริมแรง
ก่อนร่วมโครงการ:
มีสุขภาวะที่ดีโดยรวมหรือ Well being = 82.4%
- สุขภาวะทางจิตใจ 85.4%
- สุขภาวะทางสังคม 84.4%
- สุขภาวะทางการงาน 84.6%
- สุขภาวะทางการเงิน 74%
- สุขภาวะทางร่างกาย 74%
มีความรู้ทางด้านการเงิน 63.62% และมีความรู้เกี่ยวกับหนี้ การจัดการหนี้ 75.6%
โดยตัวเลขหนี้สินและรายจ่ายโดยเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่
- เจ้าหนี้ 2.07 คน
- หนี้สิน 64,615.78 บาท
- การเสี่ยงโชค หวย/ลอตเตอรี่ 839.05 บาท
- สุรา ยาสูบ 745.20 บาท
หลังร่วมโครงการ:
มีสุขภาวะที่ดีโดยรวมหรือ Well being ดีขึ้นอยู่ที่ = 86%
- สุขภาวะทางจิตใจ 87.2%
- สุขภาวะทางสังคม 85.2%
- สุขภาวะทางการงาน 84%
- สุขภาวะทางการเงิน 84.4%
- สุขภาวะทางร่างกาย 87.2%
มีความรู้ทางด้านการเงินดีขึ้นอยู่ที่ 70.8% และมีความรู้เกี่ยวกับหนี้ การจัดการหนี้ดีขึ้นอยู่ที่ 87.3%
โดยตัวเลขหนี้สินและรายจ่ายโดยเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่
- เจ้าหนี้ 1.38 คน
- หนี้สิน 33,082.66 บาท
- การเสี่ยงโชค หวย/ลอตเตอรี่ 532.52 บาท
- สุรา ยาสูบ 658.94 บาท
จะเห็นว่ากลุ่มที่ได้รับสิ่งเสริมแรงดีขึ้นในเกือบทุกด้าน ยกเว้นด้านสุขภาวะทางการงาน ทั้งเจ้าหนี้ลดลง หนี้สินลดลง ความรู้ทางด้านการเงินดีขึ้น ความรู้เกี่ยวกับหนี้-การจัดการหนี้ และสุขภาวะการเงินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสี่ยงโชคก็ลดลง แปลว่ากลุ่มนี้สามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น
เมื่อลองเปรียบเทียบผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 2 กลุ่ม ปลายทางของผลลัพธ์อาจมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ไม่ว่าจะมีสิ่งเสริมแรงหรือไม่ ระยะเวลาจะสั้นหรือยาว การดำเนินการของโครงการทำให้สุขภาวะทางการเงินดีขึ้นทั้ง 2 กลุ่ม
องค์กรที่ ‘สุขใจ สุขเงิน สุขงาน’ คือองค์กรที่พนักงานมี Well being หรือสุขภาวะในด้านต่างๆ ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน สุขภาพหรือจิตใจ รวมถึงมีความรู้ในด้านการเงินและการจัดการหนี้สินที่ดี ดังนั้นการแก้ไขปัญหาหนี้สิน จะช่วยให้พนักงานหลุดพ้นจากวงจรหนี้สินได้อย่างเป็นระบบ และเมื่อพนักงานที่มีความมั่นคงทางการเงินก็จะมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีพลังในการทำงานมากขึ้น
















